เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ แกนนำภาคกทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขอแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับเสียงสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย จริงๆ แล้วตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง อยากจะเงียบ อยากจะนิ่ง แต่บางเรื่องหากไม่พูดออกมาอาจทำให้ประชาชนมองไม่เห็นภาพที่แท้จริง
วันนี้พรรคสีส้มได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “วาทกรรมสำคัญกว่าคำมั่นสัญญา” จากที่เคยขึ้นเวทีฟาดนายอนุทินแทบทุกเรื่อง การบริหารวัคซีนโควิดล้มเหลว ที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับวัคซีนทันเวลา สูญเสียทั้งชีวิตและโอกาส, นโยบายกัญชาเสรีไร้การควบคุม ที่เปิดช่องให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงง่าย โดยไร้มาตรการคุ้มครองสังคม และการเมืองแบบผลประโยชน์ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเอียงไปหากลุ่มทุน มากกว่าประชาชน แต่สุดท้าย พรรคที่เคยฟาดแรงที่สุดกลับกลายเป็นผู้ยกมือสนับสนุนให้อนุทินขึ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเสียเอง
นี่แหละ “การเมืองหน้าใหม่” ที่แท้จริง-หน้าใหม่แต่ลีลาเก่าๆ จาก “ความหวังใหม่” กลายเป็น “บทเรียนซ้ำเดิม” จาก “อุดมการณ์” กลายเป็น “วาทกรรม” และจาก “พรรคของประชาชน” กลายเป็น “พรรคที่ทรยศและทำร้ายความหวังของประชาชน”
พรรคเพื่อไทยน้อมรับในความรู้สึกของพี่น้องประชาชน เข้าใจดีว่าหลายคนอาจผิดหวังหรือกังวลใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ขอให้มั่นใจว่า การตัดสินใจของเราเกิดจากเหตุผล เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ และเพื่อป้องกันไม่ให้บ้านเมืองกลับไปติดหล่มการเมืองที่ไร้ทางออกอีกครั้ง และไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาท รัฐบาลหรือฝ่ายค้าน สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ เรายังทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนเสมอ เพราะสำหรับเราแล้ว
ประชาชนไม่ใช่เพียงคำสวยหรู แต่คือหัวใจของการต่อสู้ และคือเหตุผลที่เรายังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ สุดท้ายอยากฝากพี่น้องประชาชนให้จดจำไว้ให้แม่นใครเคยพูดอะไร และใครเลือกจะทำอะไร เพราะ “การเมืองเปลี่ยนได้ทุกวัน แต่ความทรงจำของประชาชนจะตัดสินในวันเลือกตั้ง”




