เมื่อวันที่ 7 ก.ย. สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงน่าห่วง หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงแม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่าง ๆ เอ่อล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายอำเภอ อาทิ เสนา ผักไห่ บางบาล และบางไทร
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่ 7 ตำบลวัดตะกู อำเภอบางบาล พบว่าระดับน้ำในคลองบางหลวง ซึ่งรับน้ำต่อจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมหลายจุด บางแห่งน้ำไหลหลากข้ามถนนในชุมชนทำให้ชาวบ้านไม่สามารถนำรถจอดในพื้นที่ได้ ต้องเร่งกางเต็นท์บนถนนสายหลักที่น้ำท่วมไม่ถึง เพื่ออาศัยและใช้เป็นที่จอดรถชั่วคราว

นายสมศักดิ์ สิทธิกูล อายุ 74 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายจุดถูกน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ชาวบ้านจึงต้องกางเต็นท์เพื่อขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาอยู่นอกพื้นที่ พร้อมมีคนเฝ้าทรัพย์สินตลอดเวลา เนื่องจากภายในบ้านถูกน้ำท่วมหมดแล้ว โดยเต็นท์เหล่านี้ต้องจัดหากันเองทำให้ลำบากทุกปี
“บางปีน้ำก็ไม่ท่วม แต่บางปีท่วมหนัก อยากให้หน่วยงานที่ดูแลเขื่อนช่วยหาทางระบายน้ำไปทางอื่นเพื่อลดผลกระทบกับชาวบ้าน เพราะที่ผ่านมาเคยทำให้ไม่ท่วมได้ ทำไมปีนี้ถึงทำไม่ได้” นายสมศักดิ์ กล่าวอย่างท้อใจ



