เมื่อวันที่ 8 ก.ย. พระครูใบฎีกาสุรพล มหาปัญโญ เจ้าอาวาส วัดหนองวัลย์เปรียง เจ้าคณะตำบลทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ขอให้แก้ไขปัญหาสุนัขมีพฤติกรรมดุร้ายของวัดหนองวัลย์เปรียง เนื่องจากผู้ร้องแจ้งว่า วัดเลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว สุนัขมักจะมีพฤติกรรมดุร้าย เห่าและวิ่งไล่กัด ทั้งกลางวันและกลางคืน ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

จากนั้น พระครูใบฎีกาสุรพล ร่วมกับ นายอนันต์ธวัฒน์ จินดารัตน์ กำนัน ต.ทุ่งคอก นายธนาคม ขจีรัตน์วัฒนา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ทุ่งคอก นายอิทธิพงศ์ เธียรธนรุจน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ทุ่งคอก นายสุรพล ตันกสิกิจ นายก อบต.ทุ่งคอก นายพลภัทร ห่วงรักษ์ สมาชิกสภา อบต.ทุ่งคอก หมู่ 3 เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอสองพี่น้อง พร้อมด้วยชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงกับวัดหนองวัลย์เปรียง ได้ร่วมประชุมเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

เบื้องต้นทราบว่า สุนัขของวัดหนองวัลย์เปรียง ไม่ได้มีหลายตัว ตามที่ผู้ร้องกล่าวหา มีแค่ 1 ตัว ชื่อว่า “เฉาก๊วย” อายุ 7 ปี เพศผู้ สายพันธุ์ไทย เป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมน่ารัก เป็นมิตรกับบุคคลทั่วไป ไม่ดุร้าย ส่วนสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย และไล่กวดชาวบ้าน เป็นสุนัขของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆวัดหนองวัลย์เปรียง ทั้งสิ้น จำนวน 23 ตัว ที่มักไล่กวด และไล่กัดชาวบ้าน จึงได้ทำข้อตกลงกันว่า ชาวบ้านผู้เลี้ยงสุนัขจะดูแลสุนัขให้อยู่ในพื้นที่บ้านเท่านั้น จะไม่ปล่อยให้มาทำความเดือดร้อน หากเกิดมีปัญหาร้องเรียนสุนัขภายในหมู่บ้านเกิดขึ้นอีก ผู้เลี้ยงสุนัข หรือเจ้าของสุนัขต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด หากยังปล่อยปละละเลย ทางปศุสัตว์อำเภอสองพี่น้องจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ส่วนเรื่องที่ว่า คณะกรรมการของวัดหนองวัลย์เปรียง แสดงตัวเป็นผู้มีอิทธิพล จึงทำให้ประชาชนไม่กล้าแจ้งเรื่องให้กับทางวัดรับทราบ ขอชี้แจงว่า เป็นการอ้างของชาวบ้านเจ้าของสุนัขรายหนึ่งที่มักคุยโตโอ้อวด หลังสุนัขไปไล่กัดชาวบ้านแต่ไม่กล้ารับ และปัดความรับผิดชอบ แถมยังปล่อยข่าวว่าเป็นหมาวัดที่ไล่กัดชาวบ้านจึงเกิดเรื่องราวใหญ่โตทำให้วัดเสื่อมเสียชื่อเสียง