นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยการยกระดับขีดความสามารถด้านการจัดการคุณภาพน้ำและการปนเปื้อนในแหล่งน้ำของประเทศไทย กับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อยกระดับการจัดการคุณภาพน้ำ และดูแลการปนเปื้อนในแหล่งน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ

.ทั้งนี้ การร่วมมือกันในการยกระดับการจัดการคุณภาพน้ำระหว่าง 4 หน่วยงาน เพื่อนำไปสู่แนวปฏิบัติด้านการตรวจวัด ติดตาม และประเมินผลตามหลักวิชาการ ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะนำร่องในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญที่มีทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และชุมชนอาศัยอยู่ร่วมกัน  โดยที่ผ่านมา มีการตรวจพบการปนเปื้อนของโลหะหนักบางชนิด เช่น ทองแดง สังกะสี และตะกั่ว ในอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

“ เป็นที่รู้กันว่าน้ำมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงเกิดความร่วมมือเพื่อสร้างมาตรฐานเพื่อให้ได้น้ำคุณภาพดีมาใช้ นอกจากการจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วนแล้ว การดูแลคุณภาพน้ำก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตร ใน EEC ที่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการส่งออกสูง เช่น ทุเรียน ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำสะอาด ปลอดสารปนเปื้อน เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตมีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแค่ช่วยดูแลคุณภาพน้ำในพื้นที่นำร่องอย่าง EEC เท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่จะขยายผลการยกระดับการจัดการคุณภาพน้ำไปสู่พื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆในอนาคต โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการใช้หลักวิชาการเพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างยั่งยืน”

นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันกรมชลประทานมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าออกซิเจน ความเค็ม ความเป็นกรด-ด่างในน้ำ และแม้จะมีมาตรฐานการตรวจวัดอยู่แล้ว แต่การตรวจพบสารปนเปื้อนบางชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น แมงกานีส ฟลูออไรด์ หรือการเกิดสาหร่ายบลูมในบางช่วงเวลา ก็สะท้อนว่าจำเป็นต้องเพิ่มเครื่องมือและความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งการจัดทำมาตรฐานใหม่สำหรับคุณภาพน้ำชลประทานจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และหาแนวทางแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เช่น การจัดการพื้นที่ต้นน้ำ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการวางผังเมืองอย่างเป็นระบบร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

.ทั้งนี้ กรมชลประทาน ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานคุณภาพน้ำ โดยจะมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่นำไปใช้ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการบริโภคมีคุณภาพดี ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม