สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ว่า รมว.น้ำมันในกลุ่ม “Voluntary Eight” หรือ “วี8” (V8) ซึ่งประกอบด้วยซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน กล่าวในแถลงการณ์ว่า พวกเขาตัดสินใจเพิ่มการผลิตน้ำมันอีก 137,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป
อันที่จริง ประเทศเหล่านี้เพิ่มการผลิตน้ำมันแล้ว 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งแถลงการณ์ล่าสุดบ่งชี้ว่า การผลิตน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอีก 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน
OPEC+ agrees to increase oil output by 137,000 b/d in October https://t.co/WwqbGbSzQK
— Commodity Insights Oil (@SPGCIOil) September 7, 2025
????Group of eight producers agree to jump
????Tackles new tranche of cuts exceeding 1.65 mil b/d
????Follows 2.2 mil b/d phaseout despite demand fears#OPEC #oilprice #OOTT pic.twitter.com/Vosiuoul3n
“โอเปกพลัสสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดน้ำมันในวันนี้ เนื่องจากกลุ่มส่งสัญญาณถึงความทะเยอทะยาน ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิต นับเป็นการให้ความสำคัญกับส่วนแบ่งตลาด แม้มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะลดลงก็ตาม” นายฆอร์เฆ เลออน นักวิเคราะห์จากบริษัท ไรสแตด เอเนอร์จี กล่าว
ปัจจุบัน ราคาน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 65-70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,070-2,230 บาท) ซึ่งลดลง 12% ในปีนี้ เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกพลัสทั่วโลกเพิ่มอุปทาน และมาตรการภาษีจำกัดอุปสงค์
ทั้งนี้ การปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันของกลุ่มวี8 แม้เพียง 137,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย แสดงให้เห็นว่า โอเปกพลัสพร้อมรับมือกับราคาน้ำมันที่ลดลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 1,911 บาท) หากทำให้กลุ่มกลับมาครองส่วนแบ่งการตลาดได้.
เครดิตภาพ : AFP



