นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กล่าวในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 44 ปี ในปี 2568 ของสำนักงาน กปร. ว่า นับตั้งแต่ปี 2495 เป็นต้นมา หลังจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถพิตร เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อช่วยเหลือราษฎรอย่างหนักโดยมิได้หยุดหย่อน แนวพระราชดำริในการพัฒนาด้านต่างๆ ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งโครงการที่ทรงมีพระราชดำริโดยตรง จากที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือและหน่วยงานต่างๆ ขอพระราชทานเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบันได้รับการสืบสาน รักษา ต่อยอดจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ จึงมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องรวม 5,201 โครงการ สำนักงาน กปร. ได้ดำเนินงานพัฒนาต่อยอดโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เช่น การพัฒนาด้านแหล่งน้ำก็จะดำเนินการควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กลางน้ำก็เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปลายน้ำเป็นการพัฒนาอาชีพ
นอกจากนี้เรายังมีโครงการความร่วมมือต่างๆ เพื่อสนับสนุนการขยายผลตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยในช่วงปี 2567 – 2568 ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด และมหาวิทยาลัยมาเลเซียแห่งรัฐกลันตัน รวมถึงการขยายผลการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่กลุ่มเยาวชน ผ่านโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ หรือ RDPB Camp ที่ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และในปี 2568 จัดขึ้นเป็นรุ่นที่ 15 แล้ว

นอกจากนี้ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดทำโครงการความร่วมมือเพื่อขยายผลองค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริสู่เยาวชน เพื่อเผยแพร่ขยายผลไปยังโรงเรียนบริเวณพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และในพื้นที่ห่างไกล ผ่านนิทรรศการเคลื่อนที่ในรูปแบบ “Play and Learn” ที่นำเสนอองค์ความรู้และความสำเร็จตามแนวพระราชดำริ ในรูปแบบสื่อและอุปกรณ์มัลติมีเดียแบบอินเทอร์แอคทีฟ (Interactive Multimedia) โดยองค์ความรู้ต่างๆ ได้ถูกนำมาบรรจุผ่านสื่อจากรถโมบายให้แก่นักเรียนโรงเรียนในพื้นที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งได้ดำเนินการแล้ว 28 ครั้ง มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,632 คน
นอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (นบร.) และหลักสูตรนักพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (พพร.) ในการสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เสริมสร้างเอกลักษณ์คน กปร. ตัวคูณ ปัจจุบันหลักสูตร นบร. อบรมแล้ว 13 รุ่น และ หลักสูตร พพร. 12 รุ่น ปีหนึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมประมาณ 100 คน ซึ่งจะเป็นคน กปร. ตัวคูณ ที่จะช่วยขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป
“ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในโอกาสครบรอบวันสถาปนา 44 ปี สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง ในการประสานกำกับดูแล และติดตามผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกับส่วนงานที่ร่วมสนองงาน ขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี และจักมุ่งมั่นเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อร่วมกันพัฒนาและสรรค์สร้างสังคมไทยให้มีความเจริญ ด้วยก้าวย่าง อย่างก้าวหน้า สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อความมั่นคง ของสังคมไทยสืบไป”



