พอจะโหวตตั้งรัฐบาลใหม่ ก็ได้มารหัวใจในรูปแบบคนเคยรัก เมื่อ“เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเดินเกมเร็ว ประสานพรรคประชาชน (ปชน.) ทันทีที่มีคำวินิจฉัยของศาล เชิญชวนให้ช่วยโหวตให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ดีลจบปิดปึ้ง!! ในขณะที่เพื่อไทยยังตุ๊บป่องๆ เอาอย่างไรก็ไม่รู้แน่ จนกระทั่งต้องเสนอดีลให้พรรค ปชน. ตามหลัง มียกย่องสรรเสริญถ้าคุณเลือกเรา แบบลืมไปว่าคนพรรคนี้บางคนยังฝังใจกับที่ถูก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หักดีลตั้งรัฐบาล

เมื่อดีลไม่ได้แน่แล้ว วันที่โหวตเลือกนายกฯ เราได้เห็นอาการ“กราดเกรี้ยวเก็บไม่อยู่” ในการอภิปรายดีลระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรค ปชน. พูดไปถึงว่า เป็นการทำลายประชาธิปไตยจะฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ อภิปรายแรงหนักจน “สส.ใบพลู”รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ออกอาการใส่ “ที่ว่าดีลเลวร้าย ก็เพราะเพื่อไทยก็กระสันจะได้แต่อด” พอจบที่ได้เป็นฝ่ายค้านแน่ๆ ก็ทั้งฮึ่มฮั่มทั้งโว้กว้ากจะตรวจสอบหนัก.. ก็ขอบอกแค่ว่า“ประชาชนรอดู”

ระเบิดลงสั่นคลอนความเชื่อมั่นลูกพรรคเพื่อไทยอีกลูกคือ เมื่ออยู่ๆ ก็มีคนจ๊ะเอ๋“อดีตนายกฯแม้ว”ทักษิณ ชินวัตร ไปโผล่ที่ช่องบริการพิเศษของสนามบินดอนเมือง ก่อนวันพิพากษาคดีป่วยทิพย์ 9 ก.ย.เจ้าตัวบอกไปหาหมอที่สิงคโปร์ แต่ระหว่างทาง อยู่ๆ ก็เปลี่ยนเส้นทางไปดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำเอาลูกพรรคขวัญเสีย จนอาจเกิดเหตุการณ์เลือดไหลออก เมื่อนายกฯ ที่เคยปอบปูลาร์มากเมื่อ 20 ปีก่อน ชักจะแบกพรรคไม่ไหว ต้องให้พรรคแบกจากคดีชั้น 14

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย จะใช้โอกาสวันอังคารที่ 9 ก.ย. ประชุม สส.ประจำสัปดาห์ของพรรคเพื่อไทย จะเปิดให้ สส. แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมือง การสลับขั้วมาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และให้แต่ละคนเปิดใจอธิบายความรู้สึกที่มีต่อพรรค ก็ไม่รู้ว่า 1.จะกล้าเปิดใจพูดตรงๆ หรือไม่ เพราะพรรคที่มีภาพลักษณ์อุปถัมภ์นิยม มักไม่ได้รับความเชื่อถือว่า กล้าพาดพิงเดอะแบกของพรรค 2.จะกล้าให้เป็นข่าวหรือไม่ว่าพูดอะไรกัน

เสียขบวนไปเท่าไรก็ตาม ก็ยังต้องจำไว้ว่าเดินหน้าทำงานฝ่ายค้าน สมัยรัฐบาลบิ๊กตู่ก็เคยเป็นฝ่ายค้านก็เอาความรู้สึกตรงนั้นมาสานต่องาน ไม่ใช่ว่าอารมณ์ค้างจากดีลที่ตัวเองดีลไม่ได้ แล้วใช้การแถลงข่าวว่าด่ากราดไปเรื่อย และไม่ใช่ย้ำซ้ำเรื่องเขากระโดงกับฮั้ว สว.ไปวันๆ มันเป็นคดีที่คืบหน้าแล้ว เขากระโดงก็อยู่ในชั้นอธิบดีต้องเวนคืน ดีเอสไอก็สอบอยู่ ก็ให้รอดูว่าถ้าเสี่ยหนูมาเป็น มท.1 อีกครั้ง แล้วจะรื้อมติคณะกรรมการฯ สั่งยึดที่ มันถูกต้องชอบมาพากลหรือไม่

ฮั้ว สว.คดีอยู่ในชั้น กกต.สอบ คดีนี้ค่อนข้างหาความคืบหน้ายากเพราะ กกต.ไม่ค่อยเปิดเผยอะไรมากนัก ความเคลื่อนไหวส่วนใหญ่จะมาจากดีเอสไอ ในส่วนของฟอกเงินและอั้งยี่ เป็นความผิดอาญา ตรงนี้ทำให้ฝ่ายค้านต้องจับตาดีๆ ว่า การทำงานของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ มีการแทรกแซงหรือไม่อย่างไร จะกลับไปสู่ยุคที่ข้าราชการต้องเปลี่ยนสีรับใช้การเมืองแบบที่เคยฉาวโฉ่มาหรือไม่ ถ้ามีให้คุณให้โทษข้าราชการโดยไม่เป็นธรรม ต้องปกป้อง

และสำคัญคือ “อย่าด่วนทำตัวเป็นฝ่ายแค้น” บางเรื่องที่รัฐบาลเสี่ยหนูเปิดนโยบายขึ้นมา อย่าด่วนด่า เวลาเข้าตัวมันแสบ อย่างเช่นเรื่องจะฟื้นคนละครึ่งที่เสียงตอบรับค่อนข้างดี  ด่วนไปวิจารณ์จะโดนศอกกลับด้วยเรื่องแจกเงินหมื่นที่เป็นโครงการท่าดีทีเหลว เปลี่ยนสเปคกี่รอบ สุดท้ายผันเงินไปเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการจ้างงาน ซึ่งรัฐบาลแพทองธารก็พ้นสภาพไปก่อนที่จะประเมินผลโครงการว่ากระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ เพราะมีคนได้เงินแค่บางกลุ่ม

เรื่อง“เป็นฝ่ายค้านแบบสร้างสรรค์” จะพิสูจน์ฝีมือพรรคเพื่อไทยนับจากนี้ ความท้าทายคือ 1.อาจต้องทำงานแบบไม่เป็นเนื้อเดียวกับพรรคส้ม 2.หัวหน้าอิ๊งค์ที่ไม่ใช่ สส.จะโชว์ฝีมือได้แค่ไหน 3.ลบภาพเป็นพรรคของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง มิฉะนั้นจะเกิดเหตุการณ์“คนปล่อยมือ พรรคแพแตก” ดึงความนิยมกลับมาให้ได้

ที่น่าสนใจคือ เริ่มมีข่าวปล่อยเกี่ยวกับเพื่อไทยด้วยว่า “อาจหาหัวใหม่”คือหาคนภาพลักษณ์ดีมารับไม้ต่อแบกพรรค ถ้ากรณีอดีตนายกฯแม้วมีความชัดเจนขึ้น เราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ว่ามา แต่วันนี้ เอาเรื่องทำงานให้แข็งแรงก่อน.