สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล-ธานี นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวว่า อิสราเอลกระทำการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกาตาร์ ด้วยการวางระเบิดโจมตีที่อาคารแห่งหนึ่ง ในกรุงโดฮา มุ่งเป้าสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายการเมืองหลายคนของกลุ่มฮามาส ซึ่งพักอยู่ที่นี่ เพื่อทำหน้าที่เจรจากับผู้แทนของฝ่ายอิสราเอล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่า “อุกอาจ” และกาตาร์ “ขอสงวนสิทธิในการตอบโต้”


ขณะที่นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว อ่านแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าจริงอยู่ที่กลุ่มฮามาส “คือเป้าหมายที่คุ้มค่า” อย่างไรก็ตาม การโจมตีกรุงโดฮาครั้งนี้ “ไม่ได้ยกระดับเป้าหมายของอิสราเอลหรืออเมริกา” กาตาร์คือหนึ่งในพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐ ผู้นำสหรัฐมีความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


เลวิตต์ยืนยันว่า ทรัมป์มอบหมายให้นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ แจ้งให้กาตาร์รับทราบล่วงหน้า เกี่ยวกับการโจมตีของอิสราเอลที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์เปิดเผยในเวลาต่อมาถึงประเด็นนี้ว่า “การโจมตีเกิดขึ้นแล้วสหรัฐจึงติดต่อมา”


ด้านกระทรวงมหาดไทยของกาตาร์รายงานว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างน้อย 1 ราย โดยไม่ได้ระบุถึงกลุ่มฮามาส ส่วนกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ ว่ามีสมาชิกเสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย แต่นายคาห์ลิล อัล-เฮย์ยา ผู้แทนระดับสูงของกลุ่มฮามาส “รอดชีวิต” จากเหตุการณ์ครั้งนี้


ในเวลาเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า การโจมตี “เกิดขึ้นด้วยความชอบธรรม” พร้อมทั้งย้ำว่า อิสราเอล “วางแผนเอง ดำเนินการเอง และจะรับผิดชอบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา” จากการลงมือครั้งนี้.

เครดิตภาพ : AFP