สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่าแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การใช้วีซ่าบี-1 ที่มาจากโครงการยกเว้นวีซ่า ซึ่งอนุญาตให้เข้าประเทศเพื่อธุรกิจ แต่ไม่อนุญาตให้ทำงานนั้น “เป็นเรื่องปกติ” และบริษัทเกาหลีใต้หลายแห่งได้ละเมิดกฎดังกล่าว

แหล่งข่าวได้อธิบายถึงปัญหาวีซ่าที่ “หยั่งรากลึก” ว่า เกาหลีใต้เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และหลายบริษัทจำเป็นต้องนำพนักงานของตนเองเข้ามาในช่วงที่เพิ่งเริ่มเปิดทำการ แต่วีซ่าสำหรับการทำงานได้รับการอนุมัติยากขึ้นในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ด้วยเหตุนี้ บริษัทต่าง ๆ จึงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งรวมถึงโครงการยกเว้นวีซ่าของรัฐบาลวอชิงตัน ที่กำหนดให้ผู้เดินทางจากหลายสิบประเทศต้องได้รับการอนุมัติทางออนไลน์ ผ่านระบบที่เรียกว่า “เอสตา” (ESTA)

ผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ กล่าวว่า การบุกตรวจค้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ผู้นำธุรกิจรู้สึก “ถูกทรยศ” และ “วิตกกังวล” เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติคล้ายคลึงกัน ดังนั้น การบุกจับอาจเกิดขึ้นกับบริษัทใดก็ได้

นายคิม ยอง-บอม หัวหน้าคณะทำงานด้านนโยบายของประธานาธิบดี กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ยาก เพราะการปฏิรูปหน่วยงานไม่ใช่เรื่องง่าย และถ้าหากไม่ได้รับการจัดการ การลงทุนก็ไม่อาจดำเนินต่อไปได้อย่างถูกต้อง

อนึ่ง เกาหลีใต้กำลังผลักดันกฎหมาย “หุ้นส่วนกับเกาหลี” ในรัฐบาลวอชิงตัน เพื่อกำหนดโควตาวีซ่า 15,000 ใบสำหรับผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ แต่จำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ให้การสนับสนุนลดลง เมื่อเทียบกับเมื่อครั้งที่ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว.

เครดิตภาพ : AFP