เคยเข้าไปดูผลงงานศิลปะที่ “PLAY art house” ศูนย์รวมที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปลุกชีพทรงวาดให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้งด้วยโปรเจค “Made in Songwat” จนเกิดร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ของคนรุ่นใหม่ที่มาสานต่อเจตนารมณ์ของคนรุ่นก่อน
วันนี้ถนนเล็ก ๆ สายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “The River Journey” ที่บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผนวกรวมกับโปรเจคใหญ่ซึ่งเชื่อมโยงจากฝั่งเดอะ ล้ง 1919 ริเวอร์ไซด์ เฮอริเทจ เดสติเนชั่น ที่กำลังจะมีโรงแรมหรูถือกำเนิด โดยมีห้องพักอยู่ฝั่งทรงวาดด้วยที่ The Shophouse และ The Mansion


ก่อนการมาถึงของที่พักระดับลักชัวรี่ อีซูซุเอ่ยชวนสมาชิกรวมพลขับ 8 ชีวิตกระโดดขึ้นอีซูซุมิว-เอ็กซ์ แบบทางเดียวมาด้วยกันได้หมดครบคนนั่งสบาย ๆ มาอัพเดทจุดเช็คอิน ถนนทรงวาดถนนที่เคยเป็นสถานที่ก่อกำเนิดเจ้าสัวระดับตำนานของเมืองไทย กับตรอกใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ตรอกที่ว่าบ้างถูกเรียกว่าโกดังซึ่งมักถูกปิดเสมอ คนเคยมาอาจเคยส่องมองเข้าไปด้านในเห็นทะลุไปถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อกลับมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับชื่อโปรเจค “ทรงวาด ประตู 100 ปี” มีร้านรวงหลากหลายเข้ามาจับจองเปิดให้บริการ มีทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก๋าที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้มาก่อน โดย AWC ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรย่านทรงวาด นำอาคารเก่าแก่ดั้งเดิมหลังประตู 100 ปีที่อยู่ในความดูแลของบริษัทมาพัฒนาให้เป็นพื้นที่ชุมชนแห่งความยั่งยืน รวมทั้งอนุรักษ์และฟื้นฟูสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าไปพร้อมกัน
เริ่มต้นจากปากซอยด้านหน้าประตูกับเสื้อแบรนด์ไทยระดับตำนาน “ห่านคู่” ที่ไม่ได้มีแค่เสื้อยืดคอกลมปาดกว้างผ้าบางใส่สบายเหมาะกับเมืองร้อนสไตล์ดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังมีเสริมเพิ่มด้วยลวดลาย สีสัน แต่ยังคงเอกลักษณ์เนื้อผ้าฝ้ายใส่นุ่มสบายไว้ดังเดิม


ขยับเข้ามาอีกนิดฝั่งซ้ายคือร้าน “MATCHAMARU” คาเฟ่มัทฉะบรรยากาศวินเทจในตึกเก่าที่รีโนเวทใหม่ สิร์ฟมัทฉะพรีเมียมจากหลากหลายแหล่งของญี่ปุ่น ทั้ง Yame, Ujinoko, Kagoshima ไม่ใช่มีชาเขียวให้ลิ้มลองเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายผงชาคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นด้วย
ฝั่งตรงข้ามเป็นคาเฟ่ช็อคโกแลต “Ch’och’” ที่ตั้งใจนำผลผลิตช็อคโกแลตจากกลุ่มเกษตรกรไทยในจังหวัดต่าง ๆ ของไทย อาทิ ระยอง จันทบุรี พัทลุง นครราชสีมา อุดรธานี สุรินทร์ เพชรบุรี เชียงใหม่ มารังสรรค์เมนูสุดพรีเมียม ไม่ใช่แค่ช็อคโกแลตร้อนหรือเย็นที่มีให้ดื่มแล้วยังมีช็อคโกแลตแบบแท่งที่ผลิตแบบโฮมเมดความเข้มข้นแตกต่าง อาทิ 62% Nakhon Si Thammarat โทนคาราเมล หอมละมุน ทานง่าย หวานกำลังดี 66% Chanthaburi ฟรุตตี้สดชื่น เหมือนผลไม้เมืองร้อน 70% Loei Chiangkan กลิ่นหอม ลูกเกด พลัม เปรี้ยวปลายนิด ๆ มีเสน่ห์ 82% Lampang เข้มสายสุขภาพ เปรี้ยวฟรุตตี้แบบบาลานซ์ หากเข้มเกินไปก็มี White Chocolate 40% เน้นความนุ่ม หวานละมุน เหมาะกับคนที่ชอบช็อกโกแลตไม่ขม หรือ Milk Chocolate 43% รสบาลานซ์ระหว่างความหวานและโกโก้


ถัดมาเป็น “OYSTER AND THINGS” ร้านสินค้ามือสองที่เป็นมากกว่าแค่ของเก่า เพราะเต็มไปด้วยไอเท็มสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เหล่านักสะสมค้นหา นี่เป็นหนึ่งในร้านที่ตอบโจทย์แนวทางความยั่งยืน เพราะการซื้อสินค้ามือสองเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตสินค้าใหม่
ใกล้กันคือร้าน “WABI’s” ร้านขนมปังที่มีจุดเด่นเรื่องการนำยีสต์จากธรรมชาติมาทำเป็นขนมปัง วิธีดั้งเดิมที่ใช้มานานก่อนที่จะมีการผลิตยีสต์เชิงพาณิชย์ การใช้ยีสต์ธรรมชาติช่วยลดการใช้พลังงานเพราะการผลิตยีสต์เชิงพาณิชย์ต้องใช้พลังงานและเคมีจำนวนมาก เมนูยอดฮิตคือ Sourdough Shio Pan เสิร์ฟแบบอุ่นร้อนจะได้รสสัมผัสแบบกรอบนอกนุ่มใน ชุ่มเนยฮอกไกโด หอม เค็มกำลังดี ส่วนเบเกิ้ลก็เป็นอีกเมนูห้ามพลาด
เลี้ยวเข้าตรอกเล็กข้าง ๆ มีร้าน “Kiss Me Doll and Friends” ร้านขายของจำพวกผ้าพันคอ เสื้อผ้า กระเป๋า น้ำหอม ในสไตล์น่ารัก ๆ หวาน ๆ ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ แกลเลอรี และขายขนมพร้อมเครื่องดื่มด้วย


เข้าไปสุดซอยเป็นร้าน “หวานใจ คาเฟ่ เฮ้าส์” คาเฟ่ที่มีเมนูข้าวเหนียวมะม่วงเป็นจานหลักกับตำนาน 45 ปี และมะม่วงที่ไม่ใช่แค่น้ำดอกไม้ หรืออกร่อง แต่ยังมีพันธุ์อื่น ๆ ให้ทานคู่กันขึ้นอยู่กับมะม่วงที่ได้มาในช่วงเวลานั้นจะเป็นพันธุ์ไหน
กลับออกมาตรงข้ามซอยเป็นร้านน้ำหอม “SNONX” กับคำเตือนที่ทำให้ต้องเดินเข้าไปสอยมาครอบครองซักขวดที่ว่า “กลิ่นนี้ไม่ได้ทำให้ลงจากคาน แต่ทำให้อยู่บนคานแบบมงลง” เดินตรงไปด้านในมีโกดังโปร่งโล่งที่เปิดให้คนขายรายย่อยเข้ามาจับจองพื้นที่ขายของ มีทั้งงานแฮนด์เมด ขนม เสื้อผ้า เครื่องประดับ อีกฝั่งเป็นร้านลับริมฝั่งน้ำ

เวิ้งเดียวกันแต่อยู่ติดถนนทรงวาดด้านนอก ยังมีสตูดิโอ เครื่องปั้นดินเผา “Clay Circle Songwat Pottery Studio” ร้านเครื่องหอมอย่าง “COPENN.” ร้านแผ่นเสียง “Get Back and Jude Records” ที่อยู่รวมกับร้านขายเสื้อสไตล์วินเทจมือสอง ร้านที่ว่ากันว่า “แม่ชม” ชอบมาช้อป ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ ซอยประตู 100 ปีไม่ไกล มีร้านมัทฉะลับ “CÉRÉMONIALE Matcha Atelier” ที่ใคร ๆ บอกว่าต้องขึ้นบันไดไปลองซักแก้ว เพราะคอนเซ็ปท์แบบโทนนัวสลัว ๆ ตอนตีมัทฉะ
ก่อนกลับอย่าลืมแวะลิ้มลองเบเกอรี่ “a) pink rabbit + Bob” ร้านย่อยในเครือ “อีกา” เน้นขายเฉพาะของหวานและเครื่องดื่ม หากชอบขนมหวานแบบไทย ๆ ต้องตรงไปที่ “เอฟ.วี” หรือใครอยากได้ฟีลร้านก๋วยเตี๋ยวในตรอกเพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบวันวานห้ามพลาด “ลิ้มเล่าซา” ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเจ้าเก่าในตำนานกับคำเล่าลือก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเต้นได้

















