เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระบวนการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หลังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากหัวหน้าพรรค ว่า เรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์นั้น หลักการในเรื่องนี้ พรรคเปิดกว้างให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเสนอตัวเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และ กก.บห.พรรค รวมถึงกรณีบุคคลที่เคยเป็น กก.บห. เคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค เคยเป็น สส. ในนามพรรค หากปัจจุบันยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากได้ลาออกไปก่อนหน้านี้ สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกแล้วสามารถเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี และไม่ต้องยกเว้นข้อบังคับ

นายราเมศ กล่าวอีกว่า เช่น กรณีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ลาออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ เมื่อสมัครเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็สามารถเสนอชื่อลงแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคได้เลย เนื่องจาก นายอภิสิทธิ์ เคยเป็นหัวหน้าพรรค เคยเป็นนายกรัฐมนตรีในนามพรรค เคยเป็น สส. ในนามพรรค ไม่มีเหตุจำเป็นต้องงดเว้นข้อบังคับ และเป็นไปตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่ 30 ที่ระบุให้สมาชิกผู้มีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่สมาชิกที่มีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 1.เป็นหรือเคยเป็นกรรมการบริหารพรรค 2.เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการสาขาพรรค 3.เป็นหรือเคยเป็น สส. ในนามพรรค 4.เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรีในนามพรรค และ 5.เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นที่พรรคส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง

“ขณะนี้พรรคอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่าการเปิดกว้างให้สมาชิกพรรค อดีตสมาชิกพรรคที่ประสงค์จะกลับเข้ามาร่วมงานกับพรรค เป็นแนวทางที่ดีในการนำพาพรรคก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งกระบวนเลือกตั้งก็จะเป็นไปตามข้อบังคับพรรค โดยส่วนตัวผม และท่านชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค รวมถึงสมาชิกพรรคเป็นจำนวนมาก ที่ต้องการสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ในสถานการณ์เช่นนี้เชื่อว่าจะสามารถนำพาพรรคไปในวันข้างหน้าได้” นายราเมศ กล่าว

นายราเมศ กล่าวอีกว่า ส่วนการลาออกจากหัวหน้าพรรคของนายเฉลิมชัยนั้น ตนก็เคารพในการตัดสินใจของนายเฉลิมชัย และนายเฉลิมชัยเป็นอีกคนหนึ่งที่ทุ่มเททำงานให้พรรคมาตลอด ก่อนที่นายเฉลิมชัยจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญที่สนับสนุนงานของพรรคในทุกเรื่อง ซึ่งทุกคนทราบดี ทั้งนี้ตนได้ส่งข้อความไปหานายเฉลิมชัย เป็นกำลังใจให้ และไม่ว่านายเฉลิมชัยจะอยู่ในสถานะใด คนในพรรคก็ยังรักและเคารพเช่นเดิม