คลอดออกมาแล้วสำหรับ ครม.อนุทิน” ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย โดยเป็นไปตามโผที่สื่อรายงานก่อนหน้านี้ แม้ในสัดส่วนคนนอกพอจะเชิดหน้าชูตาให้รัฐบาลได้ แต่หลายรายชื่อที่มีเสียงทักท้วงทั้งจากฟากฝั่งค้านและสังคม

ทั้งรัฐมนตรีจากบ้านใหญ่ค่ายน้ำเงิน รัฐมนตรีส่อเอี่ยวค้ามนุษย์ หรือผู้ที่อาจเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมาก่อนก็ปรากฏรายชื่อร่วม ครม.กันครบแบบโนสนโนแคร์ใดๆ ซึ่งฝ่ายค้านโดยเฉพาะ พรรคประชาชน” ที่ร่วมทำคลอดรัฐบาลมากับมือ ทำได้เพียงขู่ฟ่อๆ ว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเต็มที่ไม่มียั้ง

อย่างไรก็ตามมากันที่เรื่องใหญ่ที่เป็นประเด็นร้อนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในช่วงนี้ คือรัฐบาล นายกฯหนู ประกาศจะเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ มูลค่า 1 ล้านล้านบาท สานฝันรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน และ แพทองธาร  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคประชาชนออกมาขวางทันควัน ขอให้ทบทวนผลกระทบให้รอบด้านก่อน เพราะมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประชาชนในพื้นที่ และไม่ใช่เรื่องที่ต้องเร่งทำใน 4 เดือน ตามอายุรัฐบาลนี้

นอกจากนั้นในช่วงรัฐบาลที่แล้ว มีการทิ้งทวนผ่านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีป่าไม้และที่ดิน 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา คือ ร่าง พ.ร.บ.ยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ…. เสนอโดยพรรคประชาชาติ จะยึดคดีตั้งวันที่ 1 ธ.ค.2497 จนถึงวันที่ พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้  เรียกว่านิรโทษฯ ย้อนหลังไป 70 ปี

ส่วนอีกฉบับคือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากร ธรรมชาติ พ.ศ…. เสนอโดย พรรคประชาชน ให้ล้างความผิดตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2541 จนถึงวันที่ พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับ โดยให้ยกเว้นความผิดตามกฎหมายที่ดินป่าไม้ทุกฉบับ  

ตามด้วยอีกเรื่องที่เดินหน้ามาถึงกระบวนการรับฟังความเห็นแล้วในวันที่ 21 ก.ย.นี้ คือกรณีการเพิกถอนพื้นที่ อุทยานฯ ทับลาน จ.นครราชสีมาและปราจีนบุรี จำนวน 2.65 แสนไร่ ซึ่งล่าสุด มูลนิธิสืบนาคะเสถียร  ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง รัฐบาล นายกฯหนู ให้ทบทวนเรื่องนี้ เพราะจะทำให้เสียพื้นที่ป่าจำนวนมาก และกระทบคุณค่าอันเป็นสากลของป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ทั้ง 3 เรื่องร้อนที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นเรื่องที่สร้างความหวั่นวิตกให้กับวงการอนุรักษ์ของไทย โดยเฉพาะนิรโทษกรรมคดีป่าไม้แบบทะลุซอย ที่ไม่ได้มีการแยกแยะชาวบ้าน นายทุน นักการเมือง หรือนอมินี  ที่จะเป็นผู้ได้รับอานิสงส์   สุดท้ายพื้นที่ป่าอนุรักษ์และทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นสมบัติของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่สิ่งที่นักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการหาคะแนนเสียง ดังนั้นจึงเป็นเผือกร้อนในมือ “นายกฯหนู” และ “รมว.ทรัพยากรฯ”คนใหม่ ที่ต้องทบทวนประเด็นเหล่านี้ พร้อมหาแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสมและฟังเสียงคนทั้งประเทศ.