เมื่อวันที่ 24 ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าการพิจารณาคำร้อง/ความปรากฏ เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณีครบวาระเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา พบว่า มีคำร้องเรียน/ความปรากฏ เกี่ยวกับการเลือกตั้งดังกล่าวเข้ามาที่กกต.จำนวน 1,613 เรื่อง ในจำนวนนี้แบ่งเป็นคำร้องจำนวน 1,508 เรื่อง และความปรากฏจำนวน 105 เรื่อง ทั้งนี้ กกต. มีการพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 292 เรื่อง แบ่งเป็น การพิจารณาคำร้อง 275 เรื่อง โดยสั่งไม่รับ/มีการรวมเรื่อง จำนวน 182 เรื่อง ไม่มีมูล/สั่งยกคำร้อง/สั่งยุติเรื่อง จำนวน 93 เรื่อง ส่วนกรณีมีการวินิจฉัยชี้ขาดจำนวน 17 เรื่อง คือให้มีการยกคำร้อง 2 สำนวน ระงับสิทธิจำนวน 15 สำนวน

สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการขณะนี้เหลืออยู่ 1,321 เรื่อง แบ่งเป็นการตรวจคำร้อง/ตรวจสอบ/ตรวจมูล จำนวน 33 เรื่อง เรื่องที่อยู่ระหว่างการสืบสวน/ไต่สวน จำนวน 218 สำนวน เรื่องที่สำนักงาน กกต. เสนอสั่งไม่รับ/รายงานการตรวจสอบ/รายงานตรวจมูล จำนวน 297 เรื่อง สำนักงาน กกต. สรุปสำนวน/จัดทำความเห็นเลขาธิการ กกต. จำนวน 543 สำนวน สำนักงาน กกต. เสนอสำนวนต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยจำนวน 193 สำนวน และเรื่องที่สำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างเสนอสำนวนเข้าวาระการประชุม กกต. จำนวน 37 สำนวน

ในการนี้ เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนได้รับสำนวนแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนการพิจารณาคำร้อง/สำนวน ดังนี้ ชั้นที่ 1 สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ได้รับสำนวนแล้ว ให้ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนและจัดทำความเห็น เพื่อเสนอให้ ผอ.กกต.จังหวัดมีความเห็นประกอบสำนวน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จให้จัดส่งสำนวนไปยังสำนักงาน กกต. (ส่วนกลาง) โดยเร็ว

ชั้นที่ 2 สำนักงาน กกต. (ส่วนกลาง) เมื่อได้รับสำนวนจากสำนักงาน กกต.จังหวัดแล้ว ให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนผู้รับผิดชอบสำนวน ดำเนินการวิเคราะห์สำนวนและจัดทำความเห็นเสนอผ่าน ผอ.ฝ่าย, รอง ผอ.สำนัก, ผอ.สำนัก และเลขาธิการ กกต. (รองเลขาธิการ กกต. ที่ได้รับมอบหมาย) ชั้นที่ 3 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยขี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง เมื่อได้พิจารณาแล้วจะทำความเห็น และสำนักงาน กกต. เสนอสำนวนให้ กกต. พิจารณา ชั้นที่ 4 เมื่อ กกต. ได้รับสำนวนจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ แล้ว ต้องพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการโดยเร็ว