เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ทรุดตัวกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และ สน.สามเสน เหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 24 ก.ย. ระหว่างเวลา 05.00-07.30 น. จนถึงขณะนี้เป็นวันที่ 4 รวมกว่า 99 ชั่วโมงเต็มแล้ว
เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงเร่งปฏิบัติการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปรับแผนจากการเทคอนกรีต 1,000 คิว ในคราวเดียว มาเป็นการทยอยเทครั้งละ 360 คิว เว้นระยะทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้คอนกรีตเซตตัวเต็มที่ ล่าสุดมีการเทคอนกรีตลงไปแล้วกว่า 1,000 คิว สามารถปิดช่องว่างระหว่างอุโมงค์รถไฟฟ้ากับตัวสถานีได้เรียบร้อย ถือเป็นก้าวสำคัญในการหยุดการไหลของดินลงสู่อุโมงค์

อ.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ก.ย.) จะมีฝนตกเล็กน้อยในช่วงตีหนึ่งถึงตีสอง แต่ไม่ถึงกับกระทบต่อการทำงาน ซึ่งในวันนี้ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก ซึ่งหากน้ำฝนซึมลงดินมาก อาจทำให้ดินรอบ ๆ อาคาร สน.สามเสน เกิดการไหลและกระแทกเสาเข็ม ส่งผลต่อความมั่นคงของอาคารได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การตรวจวัดพบว่า อาคาร สน.สามเสน ยังไม่เกิดการเคลื่อนตัว
ส่วนประเด็นที่ประชาชนตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ใช้เศษหินและวัสดุจากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มมากลบหลุม อ.ธเนศ อธิบายว่า วัสดุเหล่านั้นยังมีช่องว่างมาก หากฝนตกจะทำให้น้ำไหลซึมได้ ต่างจากคอนกรีตที่สามารถอุดปิดได้แน่นหนา อีกทั้งการยกแผ่นคอนกรีตต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่ ซึ่งใช้เวลานาน เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจใช้การเทคอนกรีตแทน เพื่อความรวดเร็วและลดความเสี่ยง
สำหรับข้อกังวลเรื่องงบประมาณจากการใช้รถโม่ปูนจำนวนมากนั้น อ.ธเนศ ระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ดำเนินการ แต่ยืนยันว่ากระบวนการนี้ทำให้งานเดินหน้าได้เร็วและปลอดภัยกว่า ส่วนการเทคอนกรีตไม่ได้หมายถึงการอุดอุโมงค์รถไฟฟ้าโดยตรง แต่เป็นการปิดด้านบนเพื่อป้องกันน้ำไหลซึมลงไป จึงไม่กระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์

ดวงฤดี ปานเมือง หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมแผนรองรับสถานการณ์น้ำไว้แล้ว โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเตรียมการเบี่ยงทางน้ำ หากฝนตกหนักจะต้องเร่งสูบออกทันที แต่การสูบต้องทำอย่างระมัดระวัง ไม่ให้แห้งเกินไป เพราะอาจดูดดินลงไปด้วย ทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิม
ทั้งนี้ น้ำใต้ดินไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดนิ่งได้ หากมีช่องเล็ก ๆ ก็สามารถซึมเข้ามาได้ โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำสูง แรงดันจะมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่จึงต้องมีแผนรับมืออย่างรัดกุม จนถึงช่วงสายวันนี้ ระดับคอนกรีตที่เทลงไปยังเหลืออีกประมาณ 1 เมตร ก่อนจะปิดหลุมได้สมบูรณ์ หากฝนไม่ตกหนัก สถานการณ์ถือว่าอยู่ในระดับควบคุมได้ แต่หากเกิดฝนตกหนักตามที่พยากรณ์ และกระทบต่อเสถียรภาพของอาคาร สน.สามเสน อาจทำให้ระยะเวลาซ่อมแซมยืดออกเกิน 14 วัน



