หากพูดถึง LINE ถือเป็นแพลจฟอร์มที่เข้ามาในประเทศไทยมากกว่า 10 ปี แล้ว และกลายเป็นแอปที่คนไทยใช้ในชีวิตประจำวันอันดับต้นๆ ด้วยฐานผู้ใช้งานในประเทศไทยประมาณ 56 ล้านคน คิดเป็น 78.2% ของประชากรทั้งหมด สิ่งที่จะดึงดูดในเกิดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนาบริการใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งล่าสุด LINE ประเทศไทย ได้จัดงาน “LINE THAILAND DEVELOPER CONFERENCE 2025” ซึ่งถือเป็นงานประชุมนักพัฒนา ที่มีการพูดถึง ไอเดียความรู้ เทคนิค Use Case รวมถึงเวิร์คช้อปเชิงลึก เพื่อนำไปต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรม ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยสู่อนาคต โดยมีผู้ร่วมงานมากว่า 1,000 คน
วันนี้คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” จะมีสิ่งที่น่าสนใจในงานนี้มาพูดถึงกัน โดยไฮไลท์ของงานก็คือ การใช้ AI และเครื่องมือใหม่ LINE MINI App ในการพัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์ยุคใหม่ภายใต้แนวคิด ‘Engineering Next-Gen Experiences’

“วีระ เกษตรสิน” รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี ชอง LINE ประเทศไทย บอกว่า จากระยะเวลาเพียง 6 ปี LINE ประเทศไทย ได้ เติบโตจากทีมวิศวกรซอฟต์แวร์เพียง 15 คนในปี 2019 หรือ ปี 62 จนปัจจุบันมีทีมนักพัฒนาที่แข็งแกร่งกว่า 100 คน พร้อมพาร์ทเนอร์สำคัญอย่างกลุ่ม LINE API Expert ที่แข็งแกร่ง ทำให้พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตของชุมชนนักพัฒนาไทย โดยเฉพาะ LINE Developer Thailand Community ที่มีสมาชิกรวมกว่า 53,000 คน จนเป็นชุมชนนักพัฒนา LINE ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
สำหรังงาน ปีนี้ ได้วางจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับการทำงานของนักพัฒนาไทยจากวันนี้สู่อนาคต โดยขับเคลื่อนผ่าน Open Platform ของ LINE ที่วางยุทธศาสตร์ครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ People ที่เน้นการเติบโตของชุมชนและส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรในการให้ความรู้เสริมศักยภาพนักพัฒนาไทย Technology ที่เน้นการขยาย Ecosystem ให้เสถียรและแข็งแรง Process ที่มุ่งสร้างเครื่องมือให้การพัฒนาง่ายขึ้น และ Product ที่มุ่งส่งมอบนวัตกรรมผ่าน อาทิ LINE MINI App, Bot Marketplace และเครื่องมือชำระเงินในแอปอย่างไร้รอยต่อ โดยมองว่า AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็น ‘Career Accelerator’ ที่จะเปลี่ยนวิธีทำงานของนักพัฒนาไทย ช่วยให้นักพัฒนาสามารถแปลงไอเดียสู่ผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วขึ้น มีคุณภาพสูงขึ้น และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้ใช้ในวงกว้าง

ไฮไลท์ของงานในปีนี้ LINE มุ่งเน้นความรู้และเทคนิคในการเขียนโปรแกรมให้กับนักพัฒนาไทย ด้วยหลากหลายเทคโนโลยีและเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให้การสร้างสรรค์บริการ นวัตกรรมเป็นเรื่องง่ายขึ้น เร็วขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ LINE API ที่ช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาได้ โซลูชันใหม่อย่าง LINE MINI App ที่ช่วยให้นักพัฒนาสร้างบริการบน LINE ได้สะดวก และการผสาน AI เพื่อเร่งกระบวนการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ปีนี้ LINE ได้มีฟีเจอร์ใหม่มากมายที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนในการพัฒนาและเชื่อมต่อกับ AI ได้ง่ายขึ้น ด้วยเครื่องมือใหม่อย่าง LINE Bot MCP Server ตัวช่วยเชื่อม AI Agent เข้ากับ Messaging API โดยไม่ต้องเขียนโค้ด เพียงสั่งงานด้วย Prompt ก็สามารถสร้าง Flex Message หรือ Broadcast ข้อความได้ และ Coupon API สำหรับออกคูปองดิจิทัลผ่าน LINE เพิ่มการซื้อซ้ำ ฟังก์ชัน Simulate LIFF Switching ช่วยให้สามารถสลับใช้งาน LIFF หลายตัวพร้อมกัน รวมถึงการอัปเกรด LIFF CLI เพื่อการพัฒนาที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น
ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ LINE MINI App โซลูชันช่วยสร้างบริการแบบ App-in-App ภายใน LINE ได้ โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปฯ แยก ปัจจุบันแบรนด์ชั้นนำทั้ง FINNOMENA, TQM, MedCare และ Dusit Central Park ได้นำไปใช้งานจริง แล้ว

นอกจากนี้ยังได้ ใช้ AI เสริมพลัง LINE API ยกระดับ Group Bot ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ โดย Messaging API ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างบริการบน LINE ภายในงาน Zwiz.AI โชว์ศักยภาพการผสาน AI เพื่อพัฒนา Group Bot ให้ทำงานได้ทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยแคมเปญ “น้องซี N’Zee” แชทบอทในไลน์กลุ่มขององค์กร ที่เริ่มต้นจาก HR Bot ช่วยบันทึกการลาและตอบคำถามทั่วไป เช่น รหัส Wi-Fi เบอร์ออฟฟิศ บันทึกการขาย ไปจนถึงช่วยจองห้องประชุม ก่อนจะต่อยอดด้วย AI และ LLM เพื่อรองรับงานหรือตอบคำถามที่ซับซ้อนขึ้นได้ ด้วยข้อมูลที่นอกเหนือจากภายในองค์กร เช่น คิดไอเดียโปรโมชัน สรุปข้อมูล เป็นต้น
ขณะเดียวกันในยุคที่ธุรกิจเริ่มใช้ AI มาป็นผู้ช่วยในการทำงานมากขึ้น แต่ก็ยังมีความท้าทายสำคัญคือ AI ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจได้โดยตรง เช่น สต็อกสินค้า ออเดอร์ ยอดขาย จึงเป็นที่มาของ “Model Context Protocol” (MCP) ซึ่งเปรียบเสมือน “สาย USB-C ของ AI” ช่วยเชื่อม AI เข้ากับข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบเฉพาะได้ทันที ภายในงาน นักพัฒนา LINE ประเทศไทย ได้สาธิตการใช้ฟีเจอร์ ‘Function Calling’ ของ LLM เรียกข้อมูลจาก LINE SHOPPING API ผ่าน MCP Server ทำให้ AI ช่วยตรวจสอบสต๊อกสินค้า วิเคราะห์ยอดขาย หรือสร้าง Flex Message และส่งข้อความถึงผู้ติดตาม LINE OA อัตโนมัติได้ แทบไม่ต้องเขียนโค้ดเองเลย

อย่างไรก็ตามสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้ AI เข้ามาจัดการทำงานบน LINE OA แทน สามารถใช้ LINE Bot MCP Server เครื่องมือใหม่ล่าสุดจาก LINE สำหรับนักพัฒนาไทย มาเป็นกุญแจปลดล็อก เชื่อม AI Agent เช่น Claude, Gemini, Cursor เข้ากับ LINE Messaging API เพื่อช่วยดึงข้อมูลและทำแอคชั่นต่างๆ บน LINE OA ให้โดยอัตโนมัติได้ ตั้งแต่งานพื้นฐาน เช่น ตรวจสอบโควตาข้อความ ส่งข้อความ Broadcast อัปเดต Rich Menu ให้ ไปจนถึงคำสั่งซับซ้อนขึ้น เช่น ตรวจสอบโควตาข้อความก่อนสร้างงาน หรือให้ส่งชิ้นงานมารีวิวก่อนส่ง เป็นต้น
ถือเป็นไฮไลท์บางส่วนการจัดงานปีนี้ ที่ไม่เพียงเป็นเวทีอัปเดตเทคโนโลยีใหม่ของ LINE แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงนักพัฒนา ภาคธุรกิจ และคนรุ่นใหม่ ให้ร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมดิจิทัลของไทย
ภายใต้การสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้างให้นักพัฒนาไทย สามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นโซลูชันจริง เพื่อสร้างคุณค่าแก่ผู้ใช้ ธุรกิจให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยสู่อนาคต.
Cyber Daily



