เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษกทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นาย เฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา (ซีเอ็มเอซี) ได้โพสต์ข้อความกล่าวอ้างระบุว่าเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2568 เวลา 11.52 น. ทหารไทย ยิงปืนใหญ่ เข้ามาในดินแดนกัมพูชาและใส่กองกำลัของกัมพูชา โดยกัมพูชาไม่ได้ยิงตอบโต้เลย ยืนยันว่าเป็นการยิงฝ่ายเดียว จึงถือว่าไทยเป็นฝ่ายยิงก่อนอย่างแน่นอน พร้อมโพสต์รูปหลุมระเบิดเก่าที่เคยใช้บิดเบือนกล่าวหาไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2568 โดยเคยกล่าวหาว่าไทยใช้กระสุนควันที่บรรจุสารพิษ (ดับบลิว พี)  และกระสุนที่บรรจุสะเก็ดระเบิด

โดย พล.ต.วินธัย กล่าวว่า ผอ.ซีเอ็มเอซี เป็นหนึ่งในประเด็นโฆษณาชวนเชื่อ ที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีการวางแผนการจัดฉากอย่างเป็นระบบ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 ก.ย. 2568 ชัดเจนว่าเป็นฝ่ายกัมพูชาที่วางแผนยิงเข้ามายังฝั่งไทย พยายามยั่วยุให้ไทยตอบโต้ พร้อมออกแถลงการณ์บิดเบือนในทุกช่องทาง

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกัน ฝ่ายกัมพูชาก็วางแผนให้คณะผู้สังเกตการณ์ (ไอโอที) กัมพูชา ลงพื้นที่หลังเกิดเหตุทันทีหลังการยิงยั่วยุ รวมถึงการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องของ ไอโอทีกัมพูชาในวันนี้ (28 ก.ย. 2568) ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดก็เพื่อสร้างหลักฐานเท็จกล่าวหาไทย ให้สังคมโลกมองว่าไทยเป็นผู้รุกราน ส่วนกัมพูชาเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำ

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณารูปหลุมระเบิดเก่าต่าง ๆ ที่ ผอ.ซีเอ็มเอซี ได้นำมาเผยแพร่ ก็จะพบว่าลักษณะของหลุมระเบิดและสภาพแวดล้อมโดยรอบ ไม่ใกล้เคียงกับหลุมระเบิดจริงอย่างที่ควรเป็น ทั้งขนาดของ หลุม และรัศมีการกระจายตัวของระเบิด ล้วนไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทั้งสิ้น

พล.ต.วินธัย กล่าวย้ำว่า การยั่วยุและการบิดเบือนข่าวสารของกัมพูชาในครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการประท้วงไปยังคณะไอโอทีประเทศไทยแล้ว สำหรับหน่วยทหารในพื้นที่ยังคงเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์รอบด้าน โดยเฉพาะการเข้ามายั่วยุสร้างสถานการณ์ของฝ่ายกัมพูชา เพื่อหวังผลในการโฆษณาชวนเชื่อต่อสังคมโลก