เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่บริเวณนิชาดาแมนชั่น ถนนอำนวยสงคราม แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. (ห้องพักชั่วคราวของข้าราชการตำรวจ สน.สามเสน) พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของแก่ข้าราชการตำรวจ สน.สามเสน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยมี พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมิทธิ สุวรรณสุขโรจน์ ผบก.ยธ. พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 และรอง ผบก.น.1 พร้อม พ.ต.อ.ชายวุธ ชายโอฬาร ผกก.สน.สามเสน และข้าราชการตำรวจ สน.สามเสน

พล.ต.อ.กรไชย กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ให้ความห่วงใยกับครอบครัวข้าราชการตำรวจ จึงมอบหมายให้มาดูแลสวัสดิการต่าง ๆ รู้สึกชื่นชมในภารกิจหน้าที่ของ สน.สามเสน อย่างกรณีรถตำรวจท่านหนึ่ง ยศ ร้อยตำรวจเอก ได้ตกลงไปในหลุมนั้นด้วย แต่ก็ยังไปคอยอำนวยความสะดวกการจราจรทั้งที่รถตัวเองเสียหายด้วย แต่ไม่คิดจะนำรถตัวเองขึ้นก่อน ทุกอย่างเป็นความสำนึกในหน้าที่ของตำรวจ ครอบครัวตนเป็นตำรวจ และคุณพ่อตนเคยอยู่ สน.ดุสิต สมัยเป็นชั้นประทวน จึงเข้าใจจิตวิญญาณ รวมถึงครอบครัวนั้นเป็นกำลังใจที่ดี

“ตนเป็นรอง ผบ.ตร.รับผิดชอบงานบริหาร ลำดับแรกตนบอกไว้ว่า จะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้อง ๆ ข้าราชการตำรวจ จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียสิ่งที่จัดหาให้ และจะสนับสนุนในทุกมิติ”
พล.ต.อ.กรไชย กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสิ่งของที่นำมามอบให้ทั้งจากครอบครัวตน และผู้ให้การสนับสนุน อาทิ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง อดีต รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ อดีต สส.นครปฐม มอบข้าวสาร และอีกหลายๆ ท่าน มอบสิ่งและทุนทรัพย์มาในครั้งนี้

ขณะที่ พล.ต.ต.อัฎธพร ผบก.น.1 กล่าวถึงเรื่องทางคดี ว่า เบื้องต้นทางกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้มีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีไว้แล้ว และรับเรื่องราวที่มีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาแจ้งความ ซึ่งได้มีการประสานไปยังวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสำนักการโยธา อยู่ระหว่างรอผลรายงานพิสูจน์ทราบ ส่วนแนวทางการดำเนินคดี ทางพนักงานสอบสวนได้วางโครงการสอบสวนไว้ 2 ประเด็น ว่าเกิดจากสุดวิสัย หรือ โครงสร้างผิดพลาดอย่างไร ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลจากผู้เชี่ยวชาญ
ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ถนนทรุดบริเวณถนนสามเสน หน้าวชิรพยาบาล พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.เดินทางไปตรวจสอบอาคาร สน.สามเสนที่ได้รับความเสียหาย พร้อมเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถาน ก่อนจะให้สัมภาษณ์ว่า ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลความเป็นอยู่และที่พักของครอบครัวตำรวจที่ได้รับผลกระทบ โดยมีการสำรองที่พักไว้ให้แต่ละครอบครัว เพื่อให้มีที่อยู่ที่สะดวกสบาย หากผู้ใดไม่ประสงค์เข้าพักก็สามารถเลือกที่อยู่ตามต้องการได้ ทั้งนี้ได้สอบถามถึงความต้องการของทุกครอบครัวอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ซึ่งได้จัดไว้ครบทั้ง 3 มื้อ รวมถึงการสนับสนุนสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน หากมีความขาดแคลนก็พร้อมจะจัดหาเพิ่มเติม โดยตนเองรับผิดชอบงานด้านการบริหารอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.กรไชย ยังได้สอบถามผู้บังคับการโยธา สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ พบว่าปัจจุบันสภาพอาคารยังสามารถรองรับแรงต่าง ๆ ได้ตามมาตรฐาน ไม่มีแรงสั่นสะเทือนกระทบโครงสร้าง โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารจากสภาวิศวกร และบริษัท ช.การช่าง เข้าร่วมตรวจสอบ ยืนยันว่าอาคารสามารถใช้งานได้ และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ตามกำหนดในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

สำหรับการดูแลข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และผู้กำกับการ สน.สามเสน สอบถามความต้องการของผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อจัดหาที่พักที่ใกล้เคียงกับการทำงาน โดยย้ำว่าตำรวจทุกนายยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แม้จะได้รับผลกระทบก็ตาม
ส่วนโครงสร้างอาคาร สน.สามเสน ขณะนี้ใกล้ได้ข้อยุติแล้ว โดยทุกขั้นตอนดำเนินไปตามหลักวิศวกรรม จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าอาคารไม่น่าจะมีปัญหา และยังสามารถใช้งานได้ หากเสาเข็มที่ชำรุดได้รับการแก้ไขก็จะสร้างความปลอดภัยเพียงพอ โดยตนเองยืนยันว่าพร้อมจะเข้าใช้อาคารในวันแรกที่เปิดทำการ เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ รับรองความปลอดภัย ทั้งนี้อาคารไม่น่าจะต้องทุบทิ้งเพื่อก่อสร้างใหม่

อย่างไรก็ตาม หากยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย 100% จะยังไม่อนุญาตให้ใครเข้าใช้อาคาร และหากมีความจำเป็นต้องทุบ ก็จะดำเนินการตามความเหมาะสม พร้อมย้ำว่าการดำเนินคดีจะต้องมีทั้งทางอาญาและแพ่ง ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด ไม่ใช้งบประมาณประชาชน โดยจะมีคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังได้จัดรถสายตรวจเพิ่มเติม 14 คันให้กับ สน.สามเสน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
ด้าน ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบอาคารแล้ว พบว่าสภาพยังสามารถใช้งานได้ พร้อมยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยแผนงานในระยะต่อไปจะเร่งถมดินและเสริมเสาเข็ม เริ่มจากการถมทรายผสมซีเมนต์ลึก 5 เมตร จากนั้นถมด้วยทรายล้วนและอัดดินเข้าไปยังฐานอาคาร เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัย ก่อนอนุญาตให้ครอบครัวตำรวจกลับเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่.



