พออ่านเรื่องราวความยั่งยืนยุคใหม่ เริ่มไม่แน่ใจว่า AI ช่วยเขียนหรือไม่ ออกมาคล้ายกันหมด ไม่เน้นที่มา แต่เน้นตัวชี้วัดต่าง ๆ ของ ESG ตามที่นักลงทุนสนใจ อ่านแล้วต้องกลับไปดูวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ ของบริษัทซ้ำอีกครั้ง ผลปรากฏว่าบริษัทจำนวนมากการเปิดเผยข้อมูล ESG ที่ไม่สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กร

ยุคนี้องค์กรต่าง ๆ ชอบอ้างคำว่าความยั่งยืนแต่ไม่เข้าใจ และไม่ได้มาจากใจ

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า ESG แต่เปลือก

พอได้สัมภาษณ์ผู้จัดการความยั่งยืนรุ่นใหม่ หรือเหล่า CSO แทบจะตอบไม่ได้เลยว่าหัวใจของความยั่งยืนขององค์กรคืออะไร เพราะส่วนใหญ่มักจะถูกสอนมาให้ทำ ESG ตอบโจทย์นักลงทุน ไม่ได้ตอบโจทย์ความยั่งยืนที่มองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย Stakeholder อื่น ๆ

เทรนด์ ESG แต่เปลือกเหล่านี้ กำลังจะทำลายความน่าเชื่อถือของความยั่งยืนทั้งระบบ เป็น ESG ฉบับทุนนิยมฉาบฉวย ไม่ได้มาจากรากฐานที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม CSR จากใจ บางกรณีเรียกได้ว่าเป็น Greenwash

แล้ว ESG ที่ดีควรเริ่มที่ไหน

กลับไปสู่ยุคคลาสสิก CSR ก่อนจะมาเป็น ESG เราเริ่มต้นจากแนวความคิดของผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม CSR ธุรกิจไม่ได้ตั้งเป้าหมายเพียงเพื่อกอบโกยกำไรสูงสุด แต่เป็นธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วมสร้างสมดุลให้ระบบเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปด้วยกัน ความรับผิดชอบต่อสังคมนี้ต้องมาจากใจ จาก Passion ของผู้นำองค์กร สะท้อนไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ และอยู่ในทุกการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ธุรกิจที่ดี

ธุรกิจที่ดีมีลักษณะอย่างไร

      1.ธุรกิจ สินค้า และบริการของบริษัท สร้างประโยชน์สุข ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เช่น ทำให้ผู้คนสะดวกสบาย คุณภาพชีวิตดีขึ้น ประหยัดได้มากขึ้น วัตถุดิบและแรงงานมาจากชุมชน ช่วยให้สังคมดีขึ้น และที่สำคัญทำให้สิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ขึ้น เป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำ ใช้วัสดุหมุนเวียน ใช้พลังงานสะอาด และสนับสนุนการปลูกป่า และสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ

      2.ธุรกิจ สินค้า และบริการของบริษัท ไม่สร้างผลกระทบเชิงลบ มีวิธีการลด และจัดการผลลบเหล่านั้น เช่น บริษัทควบคุมการปลดปล่อยคาร์บอน Scope 1/2/3 แล้วมีมาตรการที่จะลด และชดเชยจนเป็นศูนย์ นอกจากคาร์บอนแล้วยังมีเรื่อง การจัดการพลังงาน การจัดการน้ำ และของเสีย การจัดการฝุ่น ควัน และเสียง การจัดการขยะตลอดขบวนการ รวมถึงสารพิษ และมลพิษต่าง ๆ ที่กระทบต่อชุมชน

      3.องค์กรมีนวัตกรรม ที่สร้างความยั่งยืน ส่วนใหญ่การพิจารณารางวัลความยั่งยืนในยุคนี้ จะดูปัจจัยเรื่องนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนตอบโจทย์ SDG ที่สอดคล้องกับความสามารถทางธุรกิจเป็นหลัก

นอกจาก 3 เรื่องหลักนี้แล้ว กรรมการจะตรวจสอบเรื่อง ธรรมาภิบาล ที่ไม่ได้ดูแค่คะแนน ITA หรือ รางวัลองค์กรคุณธรรม ที่นับวันไม่ได้สะท้อนความดีที่มาจากข้างใน

สำหรับผมแล้วมักจะดูลึกเข้าไปอีก ว่าองค์กรนั้น ๆ มีความเข้าใจ ตั้งใจ และนำหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่องค์กรที่มี ผู้นำที่มีหัวใจพอเพียง จะสามารถนำองค์กรสู่ความยั่งยืนด้วยการ ระเบิดจากข้างใน ที่ทำด้วยใจ ไม่ใช่ ESG แต่เปลือก

เรียนรู้เรื่องความยั่งยืนได้ที่งาน Sustainable Expo SX2025 ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ถึง 5 ต.ค. นี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่าง 10.00–20.00 น.