จากนั้นเวลา 20.45 น.วันที่ 29 ก.ย.68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.)แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญในการประชุมรัฐสภา วาระการแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภาวาระให้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แถลงนโยบาย ตอนหนึ่งว่า เมื่อปี2553  พรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ส่งนายศุภชัย โพธิ์สุ ไปเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ และได้ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10/2553 เพื่อนําพืชตัดต่อพันธุกรรมให้นําเข้าไปใช้ในอุตสาหกรรมได้ ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อ พ.ร.บ.กักพืช พ.ศ. 2507 ที่ห้ามนําเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรม ยกเว้นเพื่อการวิจัยและการทดลองเท่านั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวเท่ากับเปิดประตูการทำผิดกฎหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะของเกษตรกรไทย ทำให้เงินรั่วไหลไปต่างประเทศกว่า 9แสนล้านล้าน ตลอด15 ปีที่ผ่านมา

นายวรวัจน์ อภิปรายต่อว่าและต่อมาในยุคที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อปี2567 พบการออกประกาศ เมื่อ 11 ก.ค. 2567 เรื่องการรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร ทำให้เกิดการนำเข้าพืชผลการเกษตรที่ได้จากการตัดแต่งพันธุกรรม ทำให้ราคาพืชผลการเกษตรของเกษตรกรไทยที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการมีราคาตกต่ำ  แทนจะได้ราคาสูง 

“นายทุนไปนําเข้าพืช GMO มาทดแทนพืชกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ทําให้เกษตรกร ขาดทุนขายสินค้าเกษตรไม่ได้ราคา หนี้สินพุ่งไม่หยุด 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียแล้วเกินกว่า 900,000 ล้านบาท เราจะไม่ลืมว่าใครเปิดประตูนําเข้าพืช GMO ในปี 2553 ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง และใครกําลังจะเปิดประตูเพื่อตัดต่อพันธุกรรมที่ชื่อ Gonome Edited ในวันนี้ ควรหยุดการสูบเลือดสูบเนื้อเกษตรกรไทย นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางกฎหมาย แต่มันคือสงครามเพื่อเอาชีวิตรอดของประเทศ และเป็นการทวงคืนอนาคตของเกษตรกรไทย ประเทศไทยไม่ใช่ห้องทดลองของบริษัทข้ามชาติ และเกษตรกรไทยไม่ได้เป็นหนูทดลองให้ใครหลอกขายพืชตัดต่อพันธุกรรมอีก” นายวรวัจน์ กล่าว

“หากรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีความห่วงใยเกษตรกรจริงอย่างที่ปากพูด ต้องยกเลิกประกาศอัปยศเหล่านี้ทันที มิเช่นนั้นท่านอย่าคาดหวังเลยว่าเกษตรกรไทยมากกว่า 30 ล้านคนจะไว้วางใจ ให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี และให้ท่านทํานโยบายที่สูบเลือดสูบเนื้อ ดูดกินถึงกระดูก พี่น้องเกษตรกรไทยอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม นายวรวัจน์จะยื่นร้อง 1.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยด่วน ซึ่งหากพบการกระทำผิด ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อพิจารณา และเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความผิดจริยธรรมร้ายแรงและดำเนินการถอดถอนผู้ถูกร้องจากตำแหน่ง พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง รวมถึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2553

2.ฟ้องศาลจังหวัด เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ (ทั้งรายบุคคลและในรูปแบบกลุ่ม) ให้ศาลพิจารณาสั่งให้รัฐหยุดการดำเนินนโยบายหรือประกาศที่ก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน ,ห้ามนำเข้า GMO และ GEd โดยมิชอบ 3.ร้องศาลปกครอง ให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2553 และให้จำเลยชดเชยค่าเสียหายแก่โจทย์พร้อมดอกเบี้ย รวมถึงมีคำสั่งคุ้มครองห้ามจำเลยนำเข้าพืช GMO และ GEd อีกต่อไป และ 4.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกร้องว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีมูล ให้มีคำสั่งถอดถอนผู้ถูกร้องจากตำแหน่ง และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ“ นายวรวัจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายวรวัจน์ อภิปรายนั้น ได้เปิดคลิปวีดีโอที่ทำจาก AI โดยสส.ของพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า ขอให้ประธานวินิจฉัยเรื่องการเอ่ยชื่อรัฐมนตรีท่านโน่น และรัฐบาลชุดที่ผ่านๆมา 15 ปีที่แล้ว ตนไม่แน่ใจว่าพรรคภูมิใจไทยเพิ่งจะได้เป็นแกนนำ 15 ปีที่ผ่านมาใครเป็นแกนนำตนจำไม่ได้ รวมถึงนายณัฏฐช์นน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ที่ลุกขึ้นประท้วงเช่นกัน โดยขอให้ประธานวินิจฉัยว่าในการใช้ AI ในการอภิปราย ต้องมีมาตรฐาน   

ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่า เรื่อง AI เป็นเรื่องใหม่ ไม่มีข้อบังคับห้าม แต่ตนอยากให้พึงระมัดระวัง ขอให้อยู่ในประเด็น ขอให้อภิปรายในเชิงคัดค้านหรือสนับสนุนนโยบายที่รัฐบาลแถลง นอกจากนั้น ตนคิดว่ายังไม่เหมาะสม ไม่ใช่วาระของการแถลงนโยบาย เดี๋ยวจะเป็นการอภิปรายตัวรัฐมนตรีหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และย้ำว่าขอให้อยู่ในประเด็น.