สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสันติภาพในฉนวนกาซา


ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่า มีการเสนอแผนปฏิบัติการ 20 ข้อ โดยสหรัฐ เพื่อการสร้างสันติภาพถาวรในฉนวนกาซา ผู้นำสหรัฐยืนยัน ว่าแนวทางดังกล่าวช่วยให้ทุกภาคส่วนเข้าใกล้สันติภาพมากที่สุดแล้ว พร้อมทั้งขอบคุณนานาประเทศ รวมถึงซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และอียิปต์ ซึ่งให้ความสนับสนุนในการจัดทำแนวทางดังกล่าว ที่แบ่งออกเป็น 20 ข้อ รวมถึงการหยุดยิง การที่กลุ่มฮามาสต้องปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง


ขณะเดียวกัน ข้อเสนอยังรวมถึง การปลดอาวุธกลุ่มฮามาส การที่อิสราเอลจะถอนทหารแบบเป็นระยะ ตามด้วยการจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนผ่านในฉนวนกาซา “ซึ่งสหรัฐจะเป็นผู้นำในการดำเนินการ”


ขณะที่เนทันยาฮูกล่าวว่า อิสราเอลมอบความสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้กับแผนการนี้ของสหรัฐ ซึ่งจะสนับสนุนให้รัฐบาลเทลอาวีฟบรรลุเป้าหมายทั้งหมดในการทำสงครามครั้งนี้ พร้อมทั้งเตือนว่า หากกลุ่มฮามาสปฏิเสธแผนการดังกล่าว และกระทำการในรูปแบบใดก็ตามเพื่อต่อต้านแนวทางนี้ “อิสราเอลจะจัดการด้วยตัวเอง”


ด้านทรัมป์กล่าวเสริมว่า สหรัฐพร้อม “มอบความสนับสนุนอย่างเต็มที่” ให้แก่อิสราเอล หากกลุ่มฮามาสปฏิเสธรับรองแผนการทั้ง 20 ข้อ ที่เสนอโดยรัฐบาลวอชิงตัน


อีกด้านหนึ่ง กลุ่มฮามาสยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวในฝ่ายการเมือง ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงโดฮาของกาตาร์ กล่าวว่า กลุ่มฮามาสจะมีความเห็นในเรื่องนี้ “เมื่อใดก็ตามที่ได้รับแจ้งรายละเอียดทั้งหมด” ส่วนรัฐบาลปาเลสไตน์ของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำปาเลสไตน์ แสดงความสนับสนุนแผนการของทรัมป์ด้วย เนื่องจากเป็นการ “สร้างความหวัง” ให้กับการสถาปนารัฐปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ


อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้เต็มไปด้วย “หลุมพราง” ทั้งสำหรับฮามาสและอิสราเอล โดยอาจต้องมีการถกเถียงกันในรายละเอียดต่อไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยเนทันยาฮูย้ำว่า อิสราเอลจะยังคงรับผิดชอบด้านความมั่นคงในกาซา “ต่อไปอีกในอนาคตอันใกล้”.

เครดิตภาพ : AFP