เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ถึงเรื่องการลงทุนซื้อตึก SKYY9 ว่า แค่เฉี่ยวนิดเดียว อย่างไรก็ตาม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ชี้แจงไปหมดแล้ว สำหรับเวทีอภิปรายดังกล่าว ถือเป็นเวทีที่แสดงผลงาน ก็ไม่เป็นไร สิ่งที่ สส. ผู้ทรงเกียรติได้พูดทั้งหมด ก็อยู่ในกระบวนการทั้งหมดอยู่แล้ว ตนจึงบอกว่าเราพร้อมทุกอย่าง เรื่องนี้ผ่านมา 1-2 ปีแล้ว กระบวนการทุกอย่างสิ้นสุดไปหมดแล้วทุกเรื่อง ส่วนสิ่งที่เอ่ยมาทั้งหมดมันมีคำตอบอยู่ในตัวทั้งหมดแล้ว ดังนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าจะพูดไปเพื่ออะไร พอพูดไปก็เป็นเรื่องหนังเก่ามาฉายใหม่

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า การที่เป็นผู้บริหารประเทศเป็นนักการเมืองหรือรัฐมนตรี พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว และเราพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่าง เพราะเราต้องการแสดงความบริสุทธิ์เหมือนกัน และเชื่อว่าเรื่องที่กล่าวหา ตนก็บอกแล้วว่าเรื่องอยู่ที่ไหนก็ทำหนังสือไปสอบถามได้เลย เราเชื่อมั่นว่าเราไม่มีข้อกล่าวหาใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้ามีข้อกล่าวหา เราจะผ่านกระบวนการตรวจสอบ 10 กว่าหน่วยงานได้อย่างไร ถ้ามีแผลหรือถูกกล่าวหา ตนคงไม่มีทางได้เป็นรัฐมนตรี เพราะครั้งนี้การตรวจสอบเข้มข้นมาก

“ถ้าสงสัยอะไรให้ทำหนังสือไปถามหน่วยงานนั้นเลย แล้วเขาจะเป็นผู้ตอบเอง ผมขอย้ำว่า เชื่อมั่นว่าบริสุทธิ์ทุกเรื่อง การกล่าวหาทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องการเมือง กล่าวหาได้ พูดลอยๆ ได้ แต่สุดท้ายถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างนั้น ใครจะรับผิดชอบ ผมไม่อยากทะเลาะกับใครแล้ว มุ่งหน้าทำงานดีกว่า เพราะมีเวลาแค่ 4 เดือน ไม่อยากจะไปถกเถียงกับใคร เพราะถ้าผมไปต่อก็จะไม่จบ ฉะนั้นปล่อยให้ รมว.แรงงาน พูดไปเลย ทำไปเลย ให้เต็มที่ตามกฎหมายใด ถ้าสงสัยในหน่วยงานใดก็ทำหนังสือไปถามเลย เชื่อว่าจะให้คำตอบที่แท้จริง แต่ถ้าให้ผมไปถาม จะเป็นเรื่องตลก เพราะรู้ตัวเองอยู่แล้วว่าไม่ได้ทำอะไรผิด” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนการฟ้องร้องนั้น ไม่อยากจะไปอะไรกับใครแล้ว ตนเป็นผู้บริหารบ้านเมืองขนาดนี้แล้ว ก็ไม่อยากไปฟ้องร้องอะไรกับใคร ที่ผ่านมาที่ตนได้ฟ้องร้องไป เพราะต้องการให้เขารู้ว่าสิทธิประโยชน์ของแต่ละคน แม้เราเป็นคนสาธารณะก็จริง แต่เราก็ต้องปกป้องสิทธิ เรามีครอบครัว มีญาติพี่น้อง ใช้เวลาหลายสิบปีในการสร้างสมความดีมาแล้ว จะมากระทบกับคำพูดไม่กี่คำของบางคน มันไม่ได้ จึงต้องปกป้องสิทธิตัวเองเท่านั้นเอง ซึ่งผลลัพธ์ในการฟ้องร้องมันไม่ใช่ที่จะมาปิดปากกัน แต่เป็นเรื่องของการรักษาสิทธิ ทั้งนี้ การฟ้องร้องกันคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร อยู่ที่ประชาชนเขาคิดได้เอง