เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยนายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายตั้งข้อสังเกตของการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่เชื่อว่าเป็นสายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ได้แก่ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม และ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าดำรงตำแหน่งโดยบางคนขาดความรู้ความสามารถ บางคนมีประวัติที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในกระทรวงคมนาคม ปี 2554 ในช่วงสมัยดำรงตำแหน่งรมว.คมนาคม นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลที่ผ่านมาได้ทำนโยบายปราบแก๊งคอลเซ็นตอร์อย่างเข้มแข็ง แต่พอพวกตนพ้นจากรัฐบาลพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับมาระบาดอีกครั้ง

“นายกฯ เข้ามาบริหารแล้วย้ายอธิบดีดีเอสไอมีปัญหาแน่ ผมขอฝากไว้ก่อน ผมกับนายกฯ รู้จักกันมานาน เชื่อว่าเป็นคนดี แต่ทุกครั้งที่มาอยู่การเมือง ไม่เป็นตัวของตัวเอง ขอฝากด้วยว่าวันนี้มาจุดสูงสุดทางการเมืองแล้วเป็นเกียรติประวัติของครอบครัว แต่การประสบความสำเร็จในหน้าที่นายกฯ หรือไม่ ประชาชนจะชื่นชอบ ชื่นชมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัว หากปล่อยให้ใครครอบงำ ชี้นำใช้อำนาจของนายกฯ เพื่อพวกพ้องเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะเป้าหมายกินรวบประเทศไทย เชื่อว่าสังคมประณามกล่าวขานว่าไม่ใช่นายกฯ ตัวจริงแต่คือ อนุวิน กินรวบประเทศไทย” นายก่อแก้ว กล่าว
จากนั้น นายโสภณได้ใช้สิทธิพาดพิง ว่า วันนี้วันพระ กล่าวในสภา ศีลข้อ 4 ตนระวัง ทั้งนี้เรื่องที่อภิปรายทำให้ตนเสียหาย ผู้นำทางจิตวิญญาณตนเคยทำมาก่อน จึงรู้ว่าอะไรคืออะไร ปี 2554 ตนออกจากตำแหน่ง รมว.คมนาคมแล้ว และกรณีที่มีข่าวของปลัดเกิดในยุครัฐบาลของท่าน หากบอกว่าบ้านปลัดมีเงินจำนวนมาก ขอให้ไปกล่าวโทษ อย่าพูดแบบนี้ นอกจากนั้นเรื่องบุรีรัมย์ รู้แก่ใจจะพูดทำไมเพราะเข้าตัวเอง นายไชยชนก เป็นบุตรของนายเนวิน ชิดชอบซึ่งไม่ผิด และการได้ตำแหน่งมาตามความสามารถ คือ เป็น สส.
“พรรคท่านเอาลูกมาเป็นนายกฯ ผมไม่อยากใช้วาทกรรมเรื่องแบบนี้ ผมเป็น สส. ตั้งแต่ปี 2544 ไม่เคยใช้วาทกรรมในสภา แต่ครั้งนี้ผมต้องใช้จีเอ็มโอ ตัดแต่งพันธุกรรม ท่านเลิก เมื่ออยู่กับท่าน ท่านก็ว่าดี เมื่อออกมา ผมกลายเป็นคนชั่วทันที การเมืองแบบนี้ขอให้เลิก เรื่องบุรีรัมย์ไม่มีอะไรเสียหาย การแต่งตั้งคนบุรีรัมย์เป็นรัฐมนตรีกี่คนไม่ผิด แต่หากจะผิดต้องดูนับจากวันนี้ เขาทำอะไรผิดแล้วค่อยว่ากัน หากผมไม่ได้ทำอย่างที่ท่านว่า ผมจะเป็นพระเอกทันที ขอให้ประชาชนตัดสิน” นายโสภณ ชี้แจง
ขณะที่นายไชยชนก ชี้แจงว่า ตนน้อมรับว่าไม่มีประสบการณ์ แต่ไม่ว่าจะทำหน้าที่ไหน ทำอย่างเต็มกำลังเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ตนก้าวมาในอุตสาหกรรมฟุตบอล ตนไม่มีประสบการณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ยกระดับอุตสาหกรรมฟุตบอลให้เป็นอยู่ทุกวันนี้ เมื่อตนก้าวสู่อุตสาหกรรมอีสปอร์ต ตนไม่มีประสบการณ์ แต่พาเด็กไทยไปแชมป์โลก ในเวลา 3 ปี วันที่ตนก้าวสู่วงการการเมือง ตนไม่มีประสบการณ์ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยประเทศไทยให้พ้นจากภัยความมั่นคงสำคัญ คือเอาพวกท่านออกจากการบริหารสูงสุดประเทศ

“แม้ผมน้อมรับว่าไม่มีประสบการณ์เป็นฝ่ายบริหาร แต่สัญญาว่าจะทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ และผมยอมรับว่าเริ่มตั้งแต่เข้ามา ยังไม่ได้แถลงนโยบาย มีเรื่องหลายเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกสงสัยในระบบประเพณีปฏิบัติของฝ่ายบริหาร ที่ท่านพูดถึงเรื่องปราบคอลเซ็นเตอร์ อย่างมีความตั้งใจ ผมยังไม่เข้ารับตำแหน่ง มีคนติดต่อหาผม ผ่านสมาชิกที่รู้จักผม เสนอมอบเงินให้ผมเดือนละ 40 ล้านบาท เพื่อไม่ให้จับเรื่องคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ ทำให้สงสัยว่าประเพณีปฏิบัติของรมว.ดีอีเอส ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แต่ผมปฏิเสธแล้ว นอกจากนั้นมีหลายเรื่องที่อยากศึกษา เพราะมีความเอ๊ะ แม้ผมไม่มีประสบการณ์แต่จะทำงานตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการภายใน 4 เดือน” นายไชยชนก กล่าว
ทำให้นายก่อแก้ว อภิปรายต่อว่า เมื่อพูดมาแบบนั้น ขอความกรุณาให้กระชากหน้ากากมาให้สังคมรู้และจับกุมด้วย นายไชยชนกจึงตอบโต้ว่า ตนจะพยายาม แต่พูดแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้รับความร่วมมือหรือไม่ แต่จะพยายาม ตนน้อมรับความเห็นที่ระบุว่า “รัฐบาลเนทิน” นั้น ตนไม่แน่ใจ เพราะเป็นรัฐบาลน้องใหม่ ต้องเป็นรัฐบาล “ทักเซน” หรือ “ฮุนษิณ” หรือไม่



