การทำงานวันแรกหลังแถลงนโยบายของรัฐบาลหนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย นายกฯ มีภารกิจนัดหมายทั้งในและนอกทำเนียบรัฐบาล ที่น่าสนใจคือ รูปปั้นนรสิงห์จำลองที่ได้ถูกย้ายกลับมายังตึกไทยคู่ฟ้า มีการทำฉัตรทอง 7 ชั้นครอบรูปปั้นนรสิงห์จำลอง

นายกฯ หนูให้สัมภาษณ์ภายหลังไหว้รูปปั้นนรสิงห์จำลอง หลังสวมฉัตร 7 ชั้น ที่ตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล ว่า ได้ตั้งฉัตรเพื่อความเป็นสง่าราศี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี แนะนำมาว่า พอประดิษฐานแล้วควรเอาฉัตรมากางให้ท่าน จะได้ร่มเย็นเป็นสุข มีสง่าราศี ฟังดูก็ดี มีเหตุมีผล มีตรรกะ นายบวรศักดิ์ก็มีความรู้เรื่องนี้
เจ้าหน้าที่ได้ขยับทำเนียบภาพอดีตนายกฯ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 และพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีคนที่ 17 ขึ้นไปยังบริเวณด้านขวาเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการติดภาพ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ผู้สื่อข่าวได้ถามนายอนุทินว่า จะติดรูปด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “จะติดได้ต่อเมื่อไปแล้ว”

นายกฯ หนู ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนนโยบายที่จะเร่งดำเนินการนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ ว่า นอกจากสถานการณ์ชายแดน เรื่องโครงการคนละครึ่งสำหรับบุคคลธรรมดา จะเข้าสู่การประชุม ครม. ในการประชุม ครม.วันที่ 30 ก.ย. ได้กันงบประมาณปี 69 ไว้ใช้สำหรับโครงการนี้ ลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือน ต.ค. 68 ทั้งนี้ งบประมาณโครงการใช้งบกลาง ระยะเวลา 4 เดือนนั้นเราชัดเจนในเรื่องส่งเสริมการลงทุน ถ้าผู้ประกอบการมีข้อติดขัดอย่างไร สามารถแจ้งมาที่รัฐบาลได้ ตั้งใจจะประชุมทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจช่วงบ่ายวันจันทร์ ซึ่งคงจะดำเนินการในอีก 2 สัปดาห์

จากที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้กล่าวตอบข้ออภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ในการประชุมแถลงนโยบายของรัฐสภา เรื่องที่มีการติดต่อตนมาทางอ้อมเพื่อเสนอติดสินบน เดือนละ 40 ล้านบาท ให้ละเว้นการปราบปรามและจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมายนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดตามประเด็นข้อเท็จจริงดังกล่าวอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า เรื่องสินบนนี้ใหญ่เกินกว่ารมว.ดีอีจะชี้แจง หากเป็นเรื่องจริงถือเป็นเรื่องระดับโลก เพราะเรากำลังเห็นปรากฏการณ์ที่กลุ่มทุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำเงินนับแสนล้านบาทมายึดชาติของเรา กมธ.จะเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล มาชี้แจงด้วย
อีกหนึ่งควันหลงจากการอภิปรายนโยบายรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีต รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าหลายนโยบายของรัฐบาลทำไม่ได้ หากทำได้ก็ไม่ดี เพราะไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติโดยรวม หลายนโยบายคำนึงถึงผลประโยชน์ของกลุ่ม ของพรรค เพื่อสร้างคะแนนนิยมเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง นายอนุทินไม่พูดถึงการทำงาน แต่อาศัยเวลาของรัฐสภากลับมาเคลมผลงานตีกิน เป็นการนำเสนอในลักษณะสวนกลับ กดเหยียด ด้อยค่า ขาดภาวะผู้นำอย่างยิ่ง

“โดยเฉพาะนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เป็นของรัฐบาลเพื่อไทย ขับเคลื่อนแตกต่างกัน แต่การตอบชี้แจงของนายอนุทิน กลับเคลมผลงานตีกิน เปรียบเทียบในสมัยที่นายอนุทินเป็น รมว.สาธารณสุข (นายอนุทินชี้แจงว่า 30 บาทรักษาทุกที่ เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2563 และนำร่องในกรุงเทพฯ ก่อน) นายอนุทินใช้ถ้อยคำในลักษณะสวนกลับ กดเหยียด ด้อยค่า ถือว่าขาดภาวะผู้นำอย่างยิ่ง ผมไม่เคยคิดจะเคลม จะแข่งผลงานกับใคร และไม่คิดจะนำผลงานไปกดเหยียด เปรียบกับคนอื่นให้รู้สึกด้อยค่า เพราะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชน” นพ.ชลน่าน กล่าว

ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทย ผ่าน นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้พิจารณายื่นเรื่องศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณี 1. ย้ายทะเบียนบ้าน ไปอยู่ที่ดินพิพาทเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 2.ถูกกล่าวหามีส่วนร่วมคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่ง กกต.ออกหมายเรียกไปรับทราบข้อหา อยู่ระหว่างการดำเนินการของกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
3.แต่งตั้ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีปัญหาคุณสมบัติและมาตรฐานทางจริยธรรม 4.ใช้อำนาจสมัยเป็น รมว.มหาดไทย นำถนน อบต. อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำเป็นรันเวย์เครื่องบินส่วนตัว เป็นพฤติกรรมน่าสงสัยมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์หรือไม่ ขอให้พรรคเพื่อไทยรวมเสียง สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 50 คน ส่งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน
นพ.เชิดชัย กล่าวว่า สิ่งที่นายภัทรพงศ์พูดมาถูกทั้งหมด จะนำเรื่องที่ยื่นมาไปพิจารณาในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 7 ต.ค.ว่า จะเข้าชื่อ สส. 50 คน เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีหรือไม่
อนึ่ง ถ้าเพื่อไทยยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องนี้ ก็เป็นการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยรัฐบาลภูมิใจไทยเรื่องที่สอง หลังจากเคยได้ยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องเรียนถึงศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ สส. นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส. พรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. พรรคประชาชน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(3) ประกอบกับมาตรา 185 (1)(2) หรือไม่ เกี่ยวกับการทำ MOA จัดตั้งรัฐบาล

วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กของพรรคกล้าธรรม ได้โพสต์รูปและข้อความว่า “#เสริมทัพกล้าธรรม ขอแสดงความยินดีกับ นายชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ (อดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย) ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ช่วยงานด้านปศุสัตว์และเกษตรกร” และลงข้อความว่า “วันนี้ผม ชูวิทย์ กุ่ย มารับตำแหน่ง ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า ผมชอบทำงาน ทำงานด้านปศุสัตว์ ด้านเกษตรมาตลอดชีวิต ท่าน รมต. ให้ผมมาช่วยเหลือเกษตรกร ผมรีบรับตำแหน่งนี้เลยครับ ราคาวัวต้องดีขึ้น ราคามันต้องดีขึ้น ราคายางต้องดีขึ้นเพราะเรากล้าธรรมครับ” นายชูวิทย์ กล่าวเปิดใจหลังรับตำแหน่ง
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายฉลาด ขามช่วง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ตามที่ กมธ.วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ก่อนหน้านี้ เกิดเหตุสภาล่มในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่การพิจารณาครั้งนี้ เริ่มต้นพิจารณาลงมติใน มาตรา 22 ก็ประสบปัญหาขลุกขลักเรื่ององค์ประชุม ต้องรอสมาชิกมาแสดงตนเพื่อให้ครบองค์ประชุม นาน 5 นาที นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย หารือว่า สส.หลายคนไป กมธ.อื่นๆ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกว่า ต้องลงมติร่างกฎหมายทุกวันพุธ อยู่เรื่อย ๆ หาก กมธ.ยังนัดประชุมวันพุธ อาจทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหา กมธ.ไม่ควรนัดประชุมวันพุธ อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินหน้าลงมติในมาตรา 22 ไปแล้ว สส.เริ่มเข้ามาในห้องประชุมหนาตา ทำให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น
อนึ่ง ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา ในคืนนั้น นายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนายยอนุทินยอมรับว่า นายสันติและลูกชายสมัครเข้าพรรคแล้ว แต่ไม่ตอบคำถามเรื่อง สส.เพชรบูรณ์คนอื่นจะเข้ามาหรือไม่

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในการประชุม ครม.วันที่ 30 ก.ย. แถลงผลประชุมที่สำคัญ อาทิ ครม.เห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) โดยให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาของวิปรัฐบาล นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานวิปรัฐบาล
และ ครม.ยังขยายเวลาโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และสายสีม่วง 20 บาทตลอดสาย ที่จะหมดอายุภายใน 30 ก.ย.นี้ ไปสิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ย.68 นายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ดําเนินการหาวิธีที่ยั่งยืนเพื่อลดภาระประชาชน และไม่เป็นภาระกับภาครัฐ โดยจะต้องเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในอีก 2 เดือน



