เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 2 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคประชาชน ถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรื่อง ขอให้ตรวจสอบสาเหตุกรณีถนนยุบบริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งนายอนุทิน ได้เดินทางเข้ามาตอบกระทู้ดังกล่าวด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ภายหลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

โดยนายปารเมศ กล่าวว่า ตนติดตามข่าวที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ด้วยตนเองหลายครั้ง สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่หลุมขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการถล่มของความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อโครงการรัฐบาล วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคือหลุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มีความลึกกว่า 50 เมตร กว้าง 30 เมตร คูณ 30 เมตร ประชาชนรู้สึกหวาดผวา ไม่กล้าใช้ถนนเส้นนี้ที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน ผู้ป่วยและบุคลากรโรงพยาบาลวชิระ เป็นหมื่นคนได้รับผลกระทบ รวมถึงการสัญจร ชุมชน บ้านพักอาศัย ร้านค้า ต้องสูญเสียรายได้ เกิดความกังวลความปลอดภัยตัวเองตลอดเวลา น้ำประปาหยุดไหลกระทบเป็นสิบชุมชน เศรษฐกิจเสียหายอย่างซ้ำซ้อน เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางวิศวกรรมธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนต่อโครงการของรัฐขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณนับหมื่นล้านบาท
นายปารเมศ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่ตามล่าหาความจริง มาเปิดเผยต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด เพราะตราบใดที่รัฐบาลยังหาสาเหตุไม่เจอ จะไม่มีวันแก้ไขปัญหานี้ได้เลย และจะไม่สามารถป้องกันเหตุเกิดซ้ำในอนาคต ประชาชนจะเชื่อมั่นในโครงการของรัฐได้อย่างไร ผมคิดว่ากรณีนี้อาจแย่กว่ากรณีของตึก สตง. ถล่ม เพราะกรณีตึก สตง. ถล่ม เรายังทราบเหตุผลชัดเจน ว่าได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว อย่างน้อยเรารู้ที่มา แต่กรณีนี้ รฟม. ชี้แจงว่าโครงสร้างหลักของอุโมงค์สร้างเสร็จมาหลายเดือนแล้ว มีการเปิดให้มีการสัญจรทุกวัน นั่นแปลว่าหน่วยงานที่กำกับดูแล เชื่อว่าอุโมงค์โครงสร้างหลักนี้ปลอดภัย ได้รับมาตรฐานที่ดี ผมจึงมีคำถามชุดแรกไปยังนายกฯ 1.จะคืนผิวถนนที่มีคุณภาพให้ประชาชนเชื่อมั่นเสร็จเมื่อไหร่ รวมถึงการสร้างอุโมงค์ 2.รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร ทั้งผู้ประกอบการ ประชาชนที่พักอาศัยบริเวณรอบข้าง ผู้ป่วย หมอ บุคลากรทางการแพทย์ 3.รัฐบาลมีมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกตุแบบนี้เกิดขึ้น สำหรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ ทั้งสายสีม่วง สายสีส้ม รวมถึงจะยกระดับมาตรฐานก่อสร้างที่มีความเสี่ยงลักษณะนี้อย่างไร

ด้านนายอนุทิน ชี้แจงว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว ทั้ง ถนนสามเสน โรงพยาบาลวชิระ และ สน.สามเสน ได้เร่งสั่งการให้ รมว.คมนาคม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็วเพื่อให้ทราบสาเหตุที่แม่นยำ และขอให้รายงานผลการตรวจสอบมายังตนทุกสัปดาห์ ในการตรวจสอบ ตนได้เน้นย้ำให้ใช้หลักเดียวกันกับกรณี ตึก สตง. ถล่ม เนื่องจากโครงสร้างวิศวกรรมมีปัญหาแน่นอน โดยจะมีผู้แทนสภาวิศวกรจากวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย ผู้แทนวิศวกรจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทน กทม. ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาร่วมเป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิศวกรรมศาสตร์ เราจะต้องพบจุดบกพร่อง และนำมาชี้แจงประชาชนได้รับทราบ เพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในอนาคตอย่างแน่นอน
“ขณะนี้กระทรวงคมนาคมเร่งจัดตั้งกรรมการสอบสวนและนำผลมาศึกษาวิเคราะห์หาความผิดพลาด บกพร่อง และต้องออกมาตรการการดำเนินการก่อสร้างใหม่ หากพบความผิดพลาดจากเทคนิคต้องดำเนินการแก้ไข แต่หากเกิดจากความสะเพร่าหรือเลินเล่อของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามสัญญาที่กำนดไว้ ขณะเดียวกันการตรวจสอบตึก สตง. ถล่ม ได้ติดตามทุกสัปดาห์ ซึ่งผมเชื่อว่าจะได้คำตอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ปัญหาพื้นที่ขณะนี้ รฟม. เร่งรัดเพื่อคืนสภาพพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งขั้นตอนการเตรียมคืนพื้นที่ขณะนี้ได้หยุดการสไลด์ของดินแล้ว จากนั้นจะเติมหินคลุก ลาดยาว และคืนพื้นผิวให้ผู้สัญจร ซึ่ง รฟม. ให้ความมั่นใจว่าการคืนผิวจราจรได้ในวันที่ 9 ต.ค. นี้ และจะมีการติดตั้งเครื่องมือติดตามการเคลื่อนไหว สแกนโพรงใต้ดินและส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์ 24 ชั่วโมง สำหรับการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้อง ตนกำชับให้ กระทรวงคมนาคมและผู้ว่าการ รฟม. แม้ไม่ระบุในสัญญาว่าจะทำอย่างไร แต่เมื่อเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขึ้น ต้องหารือและสั่งการให้ผู้รับจ้างชดใช้ ช่วยเหลือ สนับสนุน ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ สำหรับการเยียวยารวมถึงโอกาสของการสร้างรายได้ช่วงที่เกิดเหตุอย่างเต็มที่ด้วย
นายปารเมศ ตั้งคำถามต่อถึงความเกี่ยวพันทางการเมืองระหว่างนายกฯ ในฐานะอดีตผู้บริหารบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะที่ผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้า ช.การช่าง และ ซิโน-ไทย ว่า การตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวจะให้ความมั่นใจต่อการตรวจสอบที่ตรงไปตรงมาได้อย่างไร ตนขอให้คณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นทำงานเป็นอิสระ และทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์รัฐ ไม่ใช่นายทุน นอกจากนี้ การตรวจสอบของเหตุการณ์ ยังไม่ได้ยินจากนายกฯ ว่าจะดำเนินการเอาผิดกับผู้รับจ้างอย่างไร หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความบกพร่องของการก่อสร้างหรือการออกแบบ ขอให้นายกฯ พูดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินคดีหรือเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานภาครัฐ จะแบล็กลิสต์ หรือระงับการรับงานโครงการภาครัฐหรือไม่ รวมไปถึงการเรียกร้องค่าเสียหายหากส่งมอบงานล่าช้า

นายอนุทิน ชี้แจงว่า ในประเด็นความเกี่ยวข้องของตนกับบริษัทผู้รับจ้างนั้น ตนอยู่ในการเมือง เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2547 ตนมาจากภาคเอกชน ไม่ต่างจากผู้สถาปนาพรรคอนาคตใหม่ เมื่อตัดสินใจทำงานการเมือง รู้ถึงข้อจำกัดต้องเคลียร์ตัวเองให้เกลี้ยง ตนใช้เวลา 21 ปีในการเมือง ซึ่งการออกจากการเป็นผู้บริหารบริษัทเอกชนหลายแห่ง ไม่เฉพาะ บริษัท ซิโน-ไทย เท่านั้น และเมื่อมีการเลือกตั้ง 2562 รู้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีโอกาสเข้าทำงานในสภา อย่างยั่งยืน สิ่งล่าสุดที่ทำเมื่อปีนั้น คือ ขายหุ้นในบริษัท ซิโน-ไทย ผ่าน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จนหมด และไม่มีการถือหุ้นใดๆ ที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กฎระเบียบที่ทำงานการเมือง
“ผมไม่เกี่ยวข้องกิจการภาคเอกชนใดๆ ตั้งแต่ลาออกมาทำงานภาคการเมือง และเมื่อพ้นตำแหน่งทางการเมืองปี 2549 ตนไม่ได้กลับเข้าไปทำงานภาคเอกชนอีก กรณีนี้บริษัทรับจ้างที่ผมทำงาน 20 ปีก่อน การปกป้องเพื่อให้ประโยชน์ไม่มี ผมและซิโน-ไทย เหมือนไม่รู้จักกัน รู้แค่เป็นบริษัทก่อสร้างและทำธุรกิจอยู่ แต่เมื่อผมอยู่ในภาครัฐ ไปตรวจดูได้ว่า ไม่มีตรงไหนที่ตนเคยใช้ความเกี่ยวข้อง อิทธิพล การโน้มน้าวใดๆ ช่วยเหลือบริษัทนี้ ผมสบายใจที่จะตอบว่า ผมให้สัตยาบันว่า นอกจากจะให้อิสระในการตรวจสอบ รวมถึงการตั้งกรรมการตรวจสอบความเสียหาย ที่เป็นสิทธิของ รมว.คมนาคม การตรวจสอบต้องเน้นประโยชน์ของรัฐของราชการเป็นสำคัญ” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในการตรวจสอบหากพบว่าเป็นความบกพร่องจากการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ซึ่งในขั้นตอนนั้น รฟม. มีบริษัทตรวจการจ้างดูแล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีทางที่มนุษย์หน้าไหนเอื้อประโยชน์ให้คนที่ทำผิด ผู้รับจ้างเหนื่อยแน่ ต่อให้เคลียร์ตัวเองได้ ต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม หากพิสูจน์พบว่าบกพร่องรุนแรง มีขั้นตอนจะต้องเสียค่าชดใช้ตามสัญญาที่กำหนดไว้ชัดเจน เท่าที่ทราบ คือ สิ้นสุดเดือน ส.ค. 70 หากส่วนที่เสียหายที่ต้องซ่อมเมื่อวันสัญญาสิ้นสุด ทำไม่เสร็จ ค่าปรับเดินแน่นอน
“ผมขอให้ความมั่นใจ เรื่องพวกนี้ ผมไม่เคยเสียหาย มีแต่เสียเพื่อนหลายคนแล้ว เพราะไม่ได้ใช้อิทธิพลหรือใช้อำนาจใดๆ ช่วยเหลือ หากใครขอผม จะเจอแต่ความว่างเปล่า แม้จะส่งไลน์มา ผมกดทิ้งไม่อ่าน และจะบล็อกด้วย เพราะผมยึดถือการปกป้องประโยชน์ประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งการตั้งกรรมการนั้น ยืนยันว่าต้องมีผู้เชี่ยวชาญรอบด้าน ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ มีแต่จะกระทืบ และผมเองจะติดตามงานอย่างใกล้ชิด และทุกครั้งหลังประชุมจะเปิดเผยทุกครั้ง” นายกรัฐมนตรี กล่าว.



