เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนากรมอุทยานฯ ครบรอบ 23 ปี โดยนายสุชาติ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกรมอุทยานฯ ในการอนุรักษ์คุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติของไทยอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นนโยบายสำคัญในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อยกระดับการจัดการทรัพยากร ภายใต้การน้อมนำพระราชดำริ โดยเฉพาะการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นสากล รวมถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยให้ทันสมัยรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

นายสุชาติ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ได้ปราบปรามการทำลายป่าอย่างเข้มข้น โดยใช้ระบบ SMART Patrol และ iForMS (ไอฟรอม) เพื่อปฏิบัติงานเชิงรุก ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงบุกรุกป่า ทำให้ระหว่างปี 2563-2568 มีคดีความผิดด้านป่าไม้และสัตว์ป่ารวม 11,930 คดี และยังสามารถทำลายเครือข่ายค้าไม้เถื่อนข้ามชาติรายใหญ่ การแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ด้วยเทคโนโลยี ยกระดับมาตรการรับมือไฟโดยใช้โดรน ดาวเทียม และแอปพลิเคชันคาดการณ์ไฟป่า ส่งผลให้ปีนี้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ดีขึ้นอย่างมาก โดยจุดความร้อนลดลงถึงร้อยละ 40.69 และพื้นที่เผาไหม้ลดลงร้อยละ 26.51 จากปีที่ผ่านมา

ด้านนายอรรถพล กล่าวว่า กรมอุทยานฯ มีภารกิจหลักดูแลผืนป่าอนุรักษ์เกือบ 74 ล้านไร่ พร้อมมุ่งขับเคลื่อนคาร์บอนเครดิตและมรดกโลก โดยได้มีออกระเบียบการแบ่งปันคาร์บอนเครดิต พ.ศ. 2568 เพื่อส่งเสริมให้บุคคลและชุมชนเข้ามาดูแลป่า ที่มีเป้าหมายให้ป่าไทยดูดกลับก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 120 ล้านตัน ภายในปี 2580 และผลักดันพื้นที่คุ้มครองที่มีคุณค่าระดับโลก เช่น มรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง และอุทยานมรดกอาเซียน 9 แห่ง พร้อมยกระดับสวัสดิการเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ด้วยการปรับเพิ่มค่าตอบแทนเป็น 11,000 บาทต่อเดือน และดูแลสวัสดิการกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตสูงสุด 1,000,000 บาท รวมทั้ง ยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการเปลี่ยนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร.