สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร ให้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 300 นาย ลงพื้นที่เมืองชิคาโก เพื่อสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ในการปราบปรามอาชญากรรม และคุ้มครองเจ้าหน้าที่และทรัพย์สินของรัฐบาลกลาง


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของผู้นำสหรัฐเกิดขึ้น หลังกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิออกแถลงการณ์ ว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางยิงผู้ขับขี่รถยนต์คนหนึ่ง หลังตกอยู่ในภาวะ “มีรถยนต์ 10 คันขนาบไว้” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขยับรถของตน ได้จึงต้องออกจากรถ และพบว่า หนึ่งในผู้ขับขี่ซึ่งขับรถชนยานพาหนะของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมี “อาวุธกึ่งอัตโนมัติ” เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการเพื่อป้องกันตัว


ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิตำหนิตำรวจเมืองชิคาโก ซึ่งละทิ้งที่เกิดเหตุ และปฏิเสธการช่วยเหลือ ต่อมาสื่อท้องถิ่นในเมืองชิคาโกรายงานโดยอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวตำรวจในพื้นที่ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้ตอบสนองต่อเหตุอย่างเหมาะสมแล้ว


อีกด้านหนึ่ง ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ในรัฐออริกอน มีคำสั่งฉุกเฉิน ระงับคำสั่งของทรัมป์ ที่ต้องการส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 200 นาย ลงพื้นที่เมืองพอร์ตแลนด์ โดยศาลวินิจฉัยว่ารัฐบาลกลางไม่ได้บรรลุเกณฑ์ที่กำหนด ในการประกาศให้การประท้วงที่ดำเนินอยู่นอกสำนักงานศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง (ไอซีอี) ในเมืองพอร์ตแลนด์ เป็น “การก่อกบฏ”.

เครดิตภาพ : AFP