“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า ภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะ (เฟส) ที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท มี 14 สัญญา เริ่มก่อสร้างเดือน ธ.ค. 2560 ข้อมูลวันที่ 25 ก.ย. 2568 ภาพรวมการก่อสร้างมีความคืบหน้า 48.57% ล่าช้า 17.84% ก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และรอลงนามสัญญา 2 สัญญา ประกอบด้วย สัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.3 กม. ซึ่งต้นปี 2569 จะเปิดประมูลหาผู้รับจ้างรายใหม่แทนบริษัท บุญชัยพาณิชย์(1979) จำกัด ที่ไม่ยืนราคาเดิมที่ 10,325.90 ล้านบาท หลังจากยืนราคากว่า 2 ปี เพราะเรื่องปรับแบบสถานีอยุธยายังไม่เรียบร้อย

และสัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม. ปัจจุบันยังรอการแก้ไขร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เนื่องจากเป็นช่วงที่มีโครงสร้างของทั้ง 2 โครงการทับซ้อนกัน ซึ่งขณะนี้ร่างสัญญาฯ ผ่านการพิจารณาจากอัยการสูงสุด และส่งกลับให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พิจารณาข้อเสนอแนะแล้ว ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป แต่ล่าสุดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างสัญญาฯ ที่ให้สร้างไปจ่ายไป เพราะดำเนินการผิดจากสัญญาเดิมที่ให้สร้างก่อนจ่ายทีหลัง จึงขอหารือกับทุกฝ่ายก่อนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และรัฐเสียหายหรือไม่  

อย่างไรก็ตามสำหรับสัญญาที่ 4-1 มีการกำหนดในสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน โดยให้บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่ม ซี.พี.) ผู้รับสัมปทานโครงการฯ เป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างงานในสัญญาที่ 4-1 ของโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน เฟสที่ 1 ด้วย ดังนั้นหากการแก้ไขร่างสัญญาฯ ยังไม่ได้ข้อสรุป และล่าช้าออกไป จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสัญญาที่ 4-1 และภาพรวมการก่อสร้าง ตลอดจนการเปิดให้บริการโครงการรถไฟไฮสปีดไทย-จีน เฟสที่ 1 ล่าช้าออกไปด้วย ซึ่งขณะนี้แผนเปิดให้บริการที่ รฟท. ได้ปรับแผนใหม่เป็นปี 2572 และมีแนวโน้มต้องปรับแผนใหม่เป็นเปิดบริการในปี 2573

จากการสอบถามไปยังกระทรวงคมนาคม ได้รับข้อมูลว่า การก่อสร้างสัญญาที่ 4-1 ล่าช้ามานานมากแล้ว เรื่องร่างสัญญาฯ ควรต้องให้ได้ข้อสรุปไม่เกินสิ้นปี 2568 เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนเปิดให้บริการ ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าข้อสรุปจะออกมาเป็นแบบใด แต่หากสุดท้ายแล้วมีการยกเลิกสัญญารถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน ทาง รฟท. มีแผนต้องเป็นผู้ก่อสร้างเอง โดยเปิดประมูลหาผู้รับจ้างมาดำเนินการก่อสร้าง ใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่ง รฟท. ต้องของบประมาณเพิ่มเติม เพราะอยู่นอกกรอบวงเงินรวม 1.79 แสนล้านบาท หากต้องเปิดประมูลหาผู้รับจ้าง ก็จะได้ดำเนินการพร้อมกับการเปิดประมูลหาผู้รับจ้างสัญญาที่ 4-5 ในช่วงต้นปี 2569  

สำหรับสัญญาที่ 4-1 มีช่วงที่มีโครงสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบินฯ จากบริเวณวัดเสมียนนารี ถึงสถานีดอนเมือง ระยะทางประมาณ 10 กม. โดยก่อนหน้านี้มีข้อสรุปว่า หากการแก้ไขร่างสัญญาฯ เรียบร้อย และ รฟท. สามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) แก่บริษัท เอเชีย เอรา วัน ได้ ทางบริษัทฯ ก็พร้อมเข้าพื้นที่สัญญา 4-1 เพื่อเริ่มก่อสร้างพื้นที่นี้เป็นพื้นที่แรก เพื่อให้ภาพรวมการก่อสร้างรถไฟไฮสปีดไทย-จีน เป็นไปตามแผนงาน.