สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า คำฟ้อง 327 หน้าต่อศาลรัฐบาลกลางเขตแมนฮัตตัน ของนครนิวยอร์ก เรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท “เมตา” เจ้าของเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม, บริษัท “อัลฟาเบต อิงค์” เจ้าของกูเกิลและยูทูบ, “สแนป” บริษัทเจ้าของสแนปแชต และบริษัท “ไบต์แดนซ์” เจ้าของติ๊กต็อก จากการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และก่อให้เกิดความรำคาญแก่สาธารณะ

นครนิวยอร์กเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของสหรัฐซึ่งมีผู้ฟ้องคดีมากที่สุด โดยมีประชากร 8.48 ล้านคน ซึ่งรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีประมาณ 1.8 ล้านคน ขณะที่โรงเรียนและระบบสาธารณสุข ก็เป็นหนึ่งในโจทก์เช่นกัน

ด้านนายโฮเซ คาสตาเนดา โฆษกของกูเกิลโต้แย้งว่า ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยูทูบนั้น “ไม่เป็นความจริง” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแพลตฟอร์มถือเป็น “บริการสตรีมมิ่ง” ไม่ใช่เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงได้

โฆษกหน่วยงานกฎหมายนิวยอร์ก กล่าวว่า ทางการได้ถอนตัวจากคดีความที่นายอีริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ประกาศเมื่อเดือน ก.พ. 2567 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อเข้าร่วมคดีความของรัฐบาลกลาง

คำฟ้องระบุว่า จำเลยออกแบบแพลตฟอร์มของตน เพื่อใช้ประโยชน์จากจิตวิทยา และประสาทสรีรวิทยาของเยาวชน รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแสวงหาผลกำไร

อนึ่ง นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในนครนิวยอร์ก 77.3% จากจำนวนดังกล่าว 82.1% เป็นเด็กสาว ยอมรับว่า ใช้เวลากับหน้าจอ 3 ชั่วโมงหรือมากกว่าในแต่ละวัน ซึ่งรวมถึงโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้นอนไม่หลับเรื้อรัง และขาดเรียน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES