เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 14.40 น. ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ เป็นประธานการหารือร่วมกับคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยในประเทศกัมพูชา  เพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค รวมถึงความคิดเห็นและข้อเสนอต่างๆ จากบริษัทเอกชนของไทยที่ประกอบกิจการอยู่ในกัมพูชา ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีนางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนายตุลย์ ไตรโสรัส เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา รวมถึงประธานสมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชา ประธานสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา ตลอดจนผู้ประกอบการอาหาร โรงแรม สายการบิน และธนาคาร เข้าร่วม

ทั้งนี้ รมว.การต่างประเทศ กล่าวเปิดการประชุม ว่า  สาเหตุที่เชิญประชุมครั้งนี้ เป็นเพราะเราเข้าใจความห่วงใยของทุกคนที่มีต่อสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา  ในส่วนของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศทราบดีว่าภาคเอกชนได้รับผลกระทบ เราจึงอยากมาฟังทุกคนว่าผลกระทบที่ท่านได้รับเป็นอย่างไรบ้าง และระหว่างที่เรากำลังหาทางเจรจาแก้ไขปัญหากับฝ่ายกัมพูชานั้น เราจะสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบด้วยมาตรการต่างๆ ได้อย่างไร  สำหรับประเทศไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกันและควรอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะสันติภาพของเขา ความก้าวหน้าของเขา ก็คือสันติภาพของเรา และความก้าวหน้าของเราด้วย ซึ่งความสัมพันธ์ควรจะเป็นแบบนั้น แต่สถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นสถานการณ์ที่ฝ่ายไทยไม่ได้พึงประสงค์ แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราพยายามยื่นมือเพื่อขอพูดคุย ขอแก้ไขด้วยสันติวิธี ถ้าเราเป็นเพื่อนบ้านกัน สิ่งนี้ถือวิธีการที่ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็น่าเสียใจที่ที่ผ่านมา เขาพยายามบ่ายเบี่ยง การเจรจาอย่างจริงจัง ซึ่งบางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าเขาตั้งใจจะเจรจาหรือไม่ และเขาพยายามสร้างความได้เปรียบตลอดเวลาที่ผ่านมา เราอยากจะเน้นการพูดคุยกันฉันเพื่อนบ้าน แต่เขาก็จะพูดไปในเวทีระหว่างประเทศ

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า  ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ตนได้พูดคุยกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ว่าในฐานะนักการทูตด้วยกัน แม้ประเทศเราจะมีความขัดแย้งกัน แต่เราต้องพูดคุยกัน เราต้องหาช่องทางที่จะแก้ไขปัญหาให้ได้ ซึ่งฝ่ายสหรัฐอเมริกาได้ประสานให้มีการประชุม 4 ฝ่าย คือไทย กัมพูชา  มาเลเซียซึ่งเป็นประธานอาเซียน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งความตั้งใจของสหรัฐ คืออยากให้สองฝ่ายมานั่งคุยกันและช่วยประสานให้เกิดความคืบหน้า เราต้องให้ภาพมันออกมาดี  เราไม่ได้มาประชุมเพื่อการสร้างภาพอย่างเดียว เราควรจะเน้นถึงความคืบหน้า  แต่วันรุ่งขึ้น มีการกล่าวสุนทรพจน์ของกัมพูชากลับไปอีกทางหนึ่ง ค่อนข้างจะกล่าวหาประเทศไทยในหลายเรื่อง ตนจึงคิดว่าเป็นการใช้เวทีระหว่างประเทศสร้างความได้เปรียบของเขา จึงจำเป็นจะต้องออกไปชี้แจงและพูดจากมุมมองของไทย โดยที่ผ่านมา บางครั้งเราอาจจะไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้น ความรู้สึกของคนไทยเป็นอย่างไร ตนก็ต้องพูดตามนั้น  เหตุการณ์ที่นิวยอร์กแบบนั้น

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ตนคิดว่าเราเริ่มที่จะมาคุยกันในเรื่องที่จะทำให้ความสัมพันธ์ได้กลับสู่ภาวะปกติ ในเรื่องที่เราคิดว่าจะทำให้เราสามารถดำเนินการฟื้นฟูความสัมพันธ์ได้ แต่อาจจะไม่ถึงจุดนั้น ท่าทีเรา เราปกป้องอธิปไตยของเรา เรื่องนี้เป็นสิ่งแน่นอน แต่เราไม่กลัวที่จะเจรจากับเขา ตราบใดที่จะเจรจากันอย่างจริงจัง อย่างที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่ามี 4 ประเด็นที่เป็นประเด็นหลัก 1.เรื่องการถอนอาวุธหนักออกจากบริเวณชายแดน โดยมีการตรวจสอบโดยคณะผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน 2.เรื่องที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ต้องมีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นเรื่องเป็นราวในบริเวณที่มีทุ่นระเบิดอยู่เป็นจำนวนมาก 3.อาชญากรรมทั้งหลายบริเวณชายแดน โดยเฉพาะบรรดาคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ทั้งหลาย ที่เราทราบกันอยู่ ต้องมาปราบปรามกันอย่างจริงจัง เรามีข้อมูลอย่างไร ขบวนการเหล่านี้อยู่ที่ไหน ก็ขอให้ฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือ และ 4. การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีการรุกล้ำเข้ามาโดยชาวกัมพูชา ซึ่งเรามั่นใจว่าเป็นการรุกล้ำจริงๆ เขาอ้างสิทธิไกลกว่าเขตของเขาแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านทั้ง 2 แห่ง

“ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแก้ไขปัญหาการรุกล้ำเข้ามาในเขตไทย รวมทั้งประเด็นที่ทุกท่านกังวลด้วย คือการค้าบริเวณชายแดน แต่มันต้องมีความคืบหน้าใน 4 ประเด็นเหล่านี้ก่อน ท่านอาจจะทราบได้ว่าล่าสุดเรามีมหาอำนาจประเทศหนึ่งที่มีความต้องการที่จะช่วยเป็นตัวกลางในเรื่องนี้ ทั้งที่จริง เราอยากแก้ไขปัญหากับกัมพูชาโดยวิธีการสองฝ่าย แต่ถ้าเขามีความหวังดี อยากจะเข้ามาเป็นผู้ประสาน ไม่ใช่ผู้เจรจา เราก็ไม่ขัดข้อง มีการพูดคุยกันอยู่ไปอีกช่องทางหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความคืบหน้า เราก็ไม่มีปัญหาเพราะเราต้องการให้เกิดความคืบหน้าอย่างแท้จริง” นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราทำอะไรไปบ้าง มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดสันติภาพ แต่เราทำเต็มที่ อยากจะคุยกันว่าในระหว่างนี้เราจะมีมาตรการอะไรบ้างที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบที่มีต่อท่านในขณะนี้

จากนั้น ได้เปิดให้ภาคเอกชนเสนอความเห็นและความต้องการช่วยเหลือจากรัฐบาล.