ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผนยหลังงพื้นที่สหกรณ์นิคมแม่สอด ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งประสบปัญหาไม่สามารถนำเข้าโคมีชีวิตจากประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่กรมปศุสัตว์ประกาศเรื่อง ชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งโค กระบือ หรือซากโค ชากกระบือ จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ พ.ศ. 2566 และชะลอการนำเข้าหรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งแพะ แกะ หรือซากแพะ ซากแกะ จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ พ.ศ. 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 30 เดือน ทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และเกิดการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และกิจกรรมทางศาสนาในพื้นที่ ว่า  กรมปศุสัตว์ ได้เตรียมแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าโคจากประเทศเพื่อนบ้านให้สามารถนำเข้าโคผ่านด่านกักกันสัตว์ เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์อย่างถูกต้อง และขอให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าโครับซื้อโคจากเกษตรกรในประเทศในราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางราคาในประเทศทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ในส่วนแกะและแพะให้ใช้มาตรการเดียวกัน

“อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ถือเป็นศูนย์กลางการค้าโค กระบือ ระหว่างชายแดนไทย–เมียนมา มีมูลค่าการค้าสูงและเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งที่ผ่านมาตนได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน เช่น พะเยา และแม่ฮ่องสอน ถึงราคาโคเนื้อตกต่ำ ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งสองท่าน รวมถึงกรมปศุสัตว์ เร่งหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงโคเนื้อและโคนม รับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน เพื่อให้ราคาโคเนื้อยกเพดานไต่ระดับขึ้นในกรอบระยะเวลาภายใน 3 เดือนนี้ นอกจากนี้ ยังรวมถึงแพะที่พี่น้องชาวมุสลิมเลี้ยงกันและนิยมบริโภคด้วว จะเร่งผลักดันให้เห็นผลก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งในวันนี้ได้รับความพึงพอใจจากผู้ประกอบการ และเกษตรกรเป็นอย่างดี”