เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีช้างป่า 3 ตัว ที่เข้ามาหากินในพื้นที่ ต.กาบเชิง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ รายงานว่า พบ ช้างป่า 1 ตัว ได้เดินกลับเข้าสู่พื้นที่ เขาแหลม ต.แนงมุด แล้ว คาดว่าช้างป่าอีก 2 ตัวที่เหลือจะเดินตามกลับไป และได้ฝากให้ประชาชนในพื้นที่ ต.แนงมุด ระมัดระวังช้างป่าดังกล่าวด้วย โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

โดยก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 18.30 น. (12 ต.ค.) น.ส.วิมลรัตน์ ธรรมเจริญ หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่า พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 10 นาย ได้เตรียมเข้าผลักดันช้างป่า 3 ตัว พบเป็นช้าง “สีดอ” ทั้งหมด ได้แก่ สีดอจิก, สีดอน้อย และสีดอสังข์ทอง ที่เดินหากินเตลิดเข้ายังพื้นที่ หมู่บ้านตาเกาว์ใหม่ ต.กาบเชิง หลังกลางดึกที่ผ่านมา สีดอจิก ซึ่งกำลังตกมัน และ สีดอน้อย ได้พากันบุกรื้อค้นหาข้าวเปลือกกินในโรงครัวของ โรงเรียนกาบเชิงวิทยา และฐานปฏิบัติการทหารแห่งหนึ่ง รวมถึงทำลายพืชเกษตรของชาวบ้าน

นายสุรพงษ์ พันธุ์ศิลป์ เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วผลักดันช้างป่าฯ เปิดเผยว่า ช้างป่ากลุ่มนี้มาจากอุทยานแห่งชาติตาพระยา โดยในช่วงความขัดแย้งชายแดนในอดีต พวกมันเคยหนีมาจากพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และ ปราสาทตาควาย มาอยู่ใน ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง ก่อนจะกลับไป อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และเพิ่งกลับเข้ามาใน จ.สุรินทร์ ได้ประมาณ 11 วัน

นายสุรพงษ์ ยังได้ฝากเตือนไปยังชาวบ้านในพื้นที่ ต.กาบเชิง ให้ช่วยระมัดระวัง อย่าเข้าใกล้ช้างป่า และที่สำคัญ ห้ามพูดจาหรือทำท่าท้าทายช้างป่าเด็ดขาด เนื่องจากช้างป่ามีเซ้นส์ สามารถตามไปถึงบ้านคนที่ท้าทายได้ ซึ่งที่ผ่านมามีชาวบ้านคนหนึ่งท้าทาย และช้างได้เดินมุ่งหน้าไปที่บ้านคนพูดจริง จนต้องทำพิธีขอขมา ช้างจึงไม่เข้าไป

นอกจากนี้ ยังมีปรากฏการณ์ที่น่าเหลือเชื่อคือ ช้างป่าโขลงนี้ไม่เคยเหยียบระเบิดแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่เคยไปนอนอยู่ในดงทุ่นระเบิด ในพื้นที่ สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจเป็นเพราะช้างมีเซ้นส์ หรือมีจมูกที่ดีเป็นพิเศษ