เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดสารคดีและซาวด์หลอน ถือเป็นการดำเนินมาตรการผลักดันชาวกัมพูชา จากเบาไปหาหนักใช่หรือไม่ ว่า ตนบอกแล้วว่าเรื่องการปฏิบัติ ได้มอบอำนาจให้กองทัพตัดสินใจอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการเจรจาทางการทูต ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็เดินทางไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปพบกับฝ่ายกัมพูชา และฝ่ายมาเลเซีย ซึ่งจะเดินทางกลับวันนี้
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ได้มีการทำหนังสือตอบกลับไปที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ตนมีหนังสือตอบกลับประธานาธิบดีทรัมป์ ไปแล้ว
เมื่อถามถึงการเปิดซาวด์เสียงผีหลอนจะผิดหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะมี สว. ออกมาติงเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวขอไปฟังก่อน ยังไม่มีเวลาฟังเลย ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาลงพื้นที่ตลอด แต่ตนก็ยังยืนยันว่า ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ต้องทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายไทยและกฎหมายสากล รวมถึงกฎกติกาสากลด้วย เมื่อถามอีกว่าจะไม่ทำให้ไทยเพลี่ยงพล้ำในเวทีโลกใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรารักษาอธิปไตยของเรา
เมื่อถามว่าตาม MOU 43 และ MOU 44 เราสามารถยกเลิกได้หรือไม่ เพราะยังมีข้อถกเถียงกัน นายกฯ กล่าวว่า เราต้องมานั่งดูกันตรงนี้ ต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสีย ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สิ่งที่ยืนยันก็คือ สำหรับรัฐบาลไม่มีวันที่จะทำอะไรให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ตนให้หลักไปแบบนี้ เพราะมีคนทำงาน มีคนเจรจาและศึกษาอยู่ สุดท้ายก็ค่อยมาตัดสินใจ
เมื่อถามต่อว่า การศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU 43 และ 44 ที่มีนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นประธาน จะต้องมายื่นให้ชุดของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ชุดของนายไชยชนก เป็นของสภาผู้แทนราษฎร และเรื่องนี้เป็นเรื่องของผลการศึกษา ต้องส่งกลับมาที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน จากนั้นนายกฯ จะเป็นผู้มอบหมายให้ใครคนใดคนหนึ่ง ไปสรุปผลการศึกษามานำเสนอต่อไป โดยอาจจะมี รมว.กลาโหม รมว.การต่างประเทศ รมว.มหาดไทย ร่วมด้วยก็ได้เมื่อถามต่อว่าเรื่องนี้ต้องเร่งด่วนหรือไม่ เพราะอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญก็ทำเร่งด่วน นายกฯ กล่าวว่า ตามกระบวนการ.



