เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 68 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชน พบว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 15 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม อุบลราชธานี อุดรธานี และฉะเชิงเทรา ซึ่ง ปภ. ยังคงตรึงกำลังเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่เร่งสูบระบายน้ำ และให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยให้ครอบคลุมการช่วยเหลือในทุกมิติ โดยเฉพาะการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ปภ. จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะภารกิจหลักด้านการสูบระบายน้ำที่สามารถช่วยเหลือคลี่คลายสถานการณ์จนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

โดยที่ จ.เชียงใหม่ ในพื้นที่ หมู่ 1, 3, 5, 6, 7, 8 และ 11 ต.สันทราย อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในช่วงที่ผ่านมา ทีมปฏิบัติการ ปภ. จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ได้นำเครื่องจักรกลสาธารณภัย สูบระบายน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง จำนวน 375 ครัวเรือน และมีพื้นที่การเกษตรเสียหาย ประมาณ 3,000 ไร่ ปัจจุบันได้ดำเนินการสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ และปริมาณน้ำท่วมขังได้ลดลงจนเข้าสู่สภาวะปกติ

ส่วนที่ จ.ปทุมธานี ทีมปฏิบัติการ ปภ. จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี ได้ติดตั้งเครื่องสูบระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำ หมู่ที่ 16 เพื่อระบายน้ำในคลองสามออกลงสู่คลองระพีพัฒน์ ในพื้นที่หมู่ที่ 1-16 ต.คลองสาม  อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งได้ปฏิบัติการมาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย.-14 ต.ค. 2568 ผลการปฏิบัติงานได้ดำเนินการสูบน้ำรวม 588,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นปริมาณน้ำสะสม ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.-13 ต.ค. 2568 โดย ปภ. ได้ช่วยเหลือสูบระบายน้ำอย่างต่อเนื่องจนสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ ทีมปฏิบัติการ ปภ. จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ที่ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จนสถานการณ์คลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ได้ส่งคืนพื้นที่ พร้อมตรวจสอบสภาพความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและสแตนด์บายเตรียมรับมือในการออกช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป

สำหรับจังหวัดที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย 15 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม อุบลราชธานี อุดรธานี และฉะเชิงเทรา รวม 75 อำเภอ 504 ตำบล 2,955 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 116,719 ครัวเรือน 388,838 คน และมีผู้เสียชีวิต 10 ราย (พิษณุโลก 1 ราย พิจิตร 1 ราย และพระนครศรีอยุธยา 8 ราย) ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ต.ค. 68 เวลา 06.00 น.) ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ ข่าวสารการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด หากมีประกาศหรือคำเตือนขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรในพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมหรือสัญจรผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขัง หากพบเห็น หรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทาง Line Official Account “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป.