เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 ต.ค..ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วย ร.ต.อ.บรรเทิง ทัพโยธา รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเข้าจับกุมนายพูนศักดิ์ ลาลุด หรือ “ศักดิ์” อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ขณะนอนอยู่ในเพิงพัก ริมคลองระบายน้ำทางรถไฟ ชุมชนบ้านเดื่อ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ของกลางที่ยึดได้คือเสื้อและหมวกแก็บที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเหตุ ทั้งนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่โรงพัก
สืบเนื่องจากเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2568 น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปร้านเสริมสวยภายในซอยเทพบุรี ชุมชนเก่าจาน เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อถึงซอยเทพบุรี 1 มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์ตามหลัง ก่อนหยุดรถและหยิบกระเป๋าเงินที่วางอยู่ในตะกร้าหน้ารถไป ภายในกระเป๋ามีเงิน 140 บาท และเอกสารทางราชการ
ตำรวจตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และเส้นทางหลบหนี พบว่าผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กบ 8134 หนองคาย สวมเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงยีน รองเท้าแตะสีขาว หมวกกันน็อคสีแดง ก่อนก่อเหตุ ต่อมาพบว่าผู้ต้องหาอาศัยอยู่ในเพิงพักริมคลองทางรถไฟ จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง
จากการสอบสวน นายพูนศักดิ์ รับสารภาพว่า ก่อเหตุวิ่งราวจริง เพราะต้องการเงินไปซื้อขนมให้ลูกของภรรยา ซึ่งเป็นแม่ม่ายลูกติด 2 คน คนโตอายุ 9 ขวบ คนเล็กอายุ 5 ขวบ ผู้ต้องหาเคยเป็นอดีตรปภ.ที่ จ.ขอนแก่น ก่อนย้ายมาอยู่กับแฟนสาวที่อุดรธานีและทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กและงานก่อสร้าง
นายศักดิ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุหนึ่งเดือน เขาตกงาน ไม่มีรายได้ ต้องออกมาเร่ร่อนและพักอยู่ที่เพิงพักริมคลอง ขณะเกิดเหตุ ภรรยาโทรมาขอเงิน 100 บาท เพื่อซื้อขนมให้ลูก แต่ไม่สามารถหาเงินได้ จึงเห็นกระเป๋าเงินของ น.ส.หนิง วางอยู่ในตะกร้าหน้ารถ จึงตัดสินใจหยิบไปโดยไม่ได้ใช้ความรุนแรง และนำเงินบางส่วนไปใช้ ส่วนกระเป๋าและเอกสารทางราชการได้นำไปทิ้งและหย่อนตู้ไปรษณีย์ ผู้ต้องหายอมรับว่าเสพยาบ้า หากทำงานได้ 2–3 วัน จะซื้อเสพเพื่อคลายความเหนื่อย
“ที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อยากช่วยเมียและลูก แต่ไม่มีเงินยืมใคร เห็นกระเป๋าเงินก็คิดว่าจะมีเงินพอ แต่อยากขอโทษผู้เสียหาย และบอกลูกเมียว่าถ้าผมติดคุก ให้อยู่กันให้ได้” นายศักดิ์กล่าวทั้งน้ำตา
เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจปัสสาวะผู้ต้องหา พบสารเสพติด จึงแจ้งข้อหา วิ่งราวทรัพย์ และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



