“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ได้มอบนโยบายให้ ทย. พิจารณาขยายทางวิ่ง (รันเวย์) ท่าอากาศยานในสังกัด โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรอง ที่เป็นเมืองน่าเที่ยว เพื่อให้สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ได้ และรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมถึงเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันรันเวย์ท่าอากาศยานเหล่านี้ยังมีความยาวสั้น จึงมีข้อจำกัดในการรองรับเครื่องบิน ทำการบินได้เฉพาะเครื่องบินขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามการที่ท่าอากาศยานสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นได้ และจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการได้มากขึ้น นอกจากสร้างรายได้ให้ท่าอากาศยาน ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดนั้นๆ ด้วย

ปัจจุบัน ทย. มีแผนดำเนินการขยายรันเวย์แต่ละท่าอากาศยานอยู่แล้ว โดยขณะนี้มี 3 ท่าอากาศยานอยู่ระหว่างก่อสร้างต่อเติมความยาวรันเวย์ พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน และองค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ ท่าอากาศยานตรัง ขยายจาก 2,300 เมตร เป็น 2,990 เมตร วงเงิน 1,775 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570, ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ขยายจาก 2,100 เมตร เป็น 2,900 เมตร วงเงิน 949 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมแอร์บัส A320/โบอิ้ง B738 เป็น แอร์บัส A330/ โบอิ้ง B777-200 ซึ่งสามารถบินตรงไปยังประเทศในแถบยุโรป และแถบเอเชียได้ และท่าอากาศยานระนอง ขยายจาก 2,000 เมตร เป็น 2,400 เมตร วงเงิน 562 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 เพิ่มขีดความสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิม แอร์บัส A320/โบอิ้ง B738 เป็นแอร์บัส A321/โบอิ้ง B739

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ท่าอากาศยาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานชุมพร ขยายจาก 2,100 เมตร เป็น 2,990 เมตร วงเงิน 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิมแอร์บัส A320/โบอิ้ง B738 เป็นแอร์บัส A330/โบอิ้ง B777-200 และท่าอากาศยานแพร่ ขยายจาก 1,500 เมตร เป็น 2,100 เมตร วงเงิน 400 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้น จากเดิม ATR72/Q400 เป็น แอร์บัส A320/โบอิ้ง B738

ขณะเดียวกันอีก 5 ท่าอากาศยาน อยู่ในแผนพัฒนาต่อเติมความยาวรันเวย์ด้วย โดยอยู่ในกระบวนการจ้างออกแบบ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ได้แก่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช, ท่าอากาศยานลำปาง, ท่าอากาศยานเบตง, ท่าอากาศยานน่านนคร และท่าอากาศยานร้อยเอ็ด คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2569 อย่างไรก็ตามการต่อเติมความยาวรันเวย์แต่ละสนามบิน ทย. จะพิจารณาจากการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสาร และขนส่งสินค้าในอนาคตช่วง 20 ปี รวมทั้งประเมินแบบอากาศยานของสายการบินที่เหมาะสมที่จะมาให้บริการ ทั้งจำนวนเที่ยวบิน พิสัยการบิน เส้นทางการบิน โดยนำมาคำนวณความยาวรันเวย์ที่จะต้องใช้ในการขึ้น และลงสำหรับอากาศยานที่ใช้ในการออกแบบตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ว่าต้องต่อเติมความยาวรันเวย์อีกเท่าไร จึงจะได้ความยาวรันเวย์ที่เหมาะสม เพื่อให้ท่าอากาศยานสามารถรองรับเที่ยวบิน และผู้โดยสารได้อย่างเพียงพอ

ปัจจุบัน ทย. มีท่าอากาศยานภายใต้การกำกับดูแลรวม 28 แห่ง ในจำนวนนี้มี 23 แห่งที่ให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ โดยในปีงบประมาณ 2568 (ต.ค.2567-ก.ย.2568) ให้บริการผู้โดยสาร 14.23 ล้านคน กว่า 1 แสนเที่ยวบิน ยังไม่กลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ที่ให้บริการผู้โดยสาร 18.21 ล้านคน 1.43 แสนเที่ยวบิน.



