เมื่อวันที่ 20 ต.ค. นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังออกจากรายการดัง ถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ว่า ส่วนตัวแล้วตนเชื่อจากใจจริงว่า กัน จอมพลัง มีความประสงค์ที่อยากจะช่วยเหลือชาวบ้านและปัญหาในชายแดน แต่ตนมองว่าปัญหาชายแดนจะไม่ยุติไปได้ถ้าไม่มีใครไปจัดการที่หัวใจหลัก นั่นก็คือปัญหาสแกมเมอร์และปัญหา Call Center ที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงใหญ่ที่สุดของประเทศกัมพูชา แต่ทางรัฐบาลพยายามที่จะใส่เกียร์ว่างเพิกเฉยกับเรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแต่ก็ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งถ้าหากมีโอกาสตนจะลงพื้นที่ไปทำงานบริเวณชายแดนร่วมกับ กัน จอมพลัง สัก 1 สัปดาห์
ตนไม่อยากให้ กัน จอมพลัง ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อหาคะแนนนิยมให้กับใครคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมืองใด และด้วยความที่ กัน จอมพลัง มีความสนิทสนมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งๆ ที่เป็นบุคคลที่สังคมตั้งคำถามว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่ ถึงแม้ว่า กัน จอมพลัง จะออกมาปฏิเสธ แต่ภาพที่ปรากฏทุกคนก็เห็นกันอยู่และสามารถตัดสินได้เอง
นางสาวรักชนก ยังบอกอีกว่า กัน จอมพลัง มักจะพูดถึงพรรคประชาชนในแง่ลบ และเคยออกมาติง สส.โรม ที่แนะนำให้มีการติดกล้องวงจรปิดที่บริเวณชายแดน ว่าทำไมถึงไม่ใช้เงินส่วนตัวของตัวเองมาดำเนินการในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว พรรคประชาชนเป็นพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถใช้งบประมาณแผ่นดินดำเนินการในเรื่องนี้ได้ ความจริงแล้ว กัน จอมพลังควรจะตั้งคำถามไปถึงผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่ร.อ.ธรรมนัส ที่กัน จอมพลังมีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว เพราะตนมองว่าปัจจุบันกัน จอมพลัง ไม่ใช่ประชาชนคนธรรมดา แต่เป็นบุคคลที่สามารถแสดงความคิดเห็นแล้วทำให้ประชาชนคล้อยตามได้ จนหลายๆ ครั้ง ทำให้หน่วยงานรัฐกระเตื้องทำงาน ตนจึงต้องการให้ กัน จอมพลัง ออกมาพูดในเรื่องนี้ ไม่ใช่ออกมาล่าแม่มดสำหรับบุคคลที่แสดงความคิดเห็นไม่ตรงใจ

ส่วนเรื่องเงินบริจาคของกัน จอมพลัง ตนอยากให้ กัน เอา ภงด.55 (แบบแสดงรายการภาษีเงินได้มูลนิธิหรือสมาคม) ออกมาเปิดเผย แล้วนำไปเทียบกับ statement ย้อนหลังว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งวันนี้กัน จอมพลังค่อนข้างระมัดระวังตัวในการตอบ
ส่วนเรื่องที่กัน จอมพลังมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรฯ ไปช่วยเหลือชาวบ้าน นางสาวรักชนก ยอมรับว่า ยังตกใจเช่นกัน เพราะคนที่เป็น สส.หลายคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านยังยากที่จะใช้บริการ ตนก็เลยตั้งคำถามว่า ทำไมถึงนำทรัพยากรของส่วนรวมไปใช้ได้ นำไปใช้เพื่อความนิยมของใครหรือเปล่า ส่วนเรื่องที่กัน จอมพลัง ได้รับงานประมูลของกระทรวงเกษตรฯ ตนยืนยันว่าแค่ตั้งคำถามและเอามาเปิดให้ประชาชนดูเท่านั้น
นางสาวรักชนก กล่าวว่า ไม่อยากให้สังคมมีตรรกะในเชิงวิบัติ ที่บอกว่า คนที่ออกมาช่วยเหลือสังคมหรือนักการเมืองที่ทุจริตคดโกง ไม่ต้องไปตรวจสอบถึงเรื่องความโปร่งใส เพราะปัญหาเหล่านี้ คือเหตุผลหลักที่ทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ ดังนั้นตนอยากให้สังคมเปลี่ยนความคิดใหม่ ไม่อยากให้มองว่าคนที่ออกมาช่วยเหลือสังคมอยู่บ่อยครั้งจะไม่สามารถโดนตั้งคำถามใดๆ ได้ เพราะประชาชนเลือกตนมาเป็น สส. ให้มาช่วยเหลือประชาชน และมาเรียกสติของสังคมคืนกลับมา ถ้าหากในอนาคต ถ้าได้คุยกับ กัน จอมพลังแบบเผชิญหน้า ตนก็คาดหวังแค่ว่า คุยกันแล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ ไม่ต้องการให้เป็นความขัดแย้งส่วนตัว



