สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ว่า . ปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ จ.พะเยา (26 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.มุกดาหาร (13 มม.) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (27 มม.) ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี (70 มม.) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (65 มม.) ภาคใต้ : จ.ตรัง (127 มม.)
สภาพอากาศ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบนประกอบกับลมตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย
คาดว่า: ช่วงวันที่ 23 – 24 ต.ค. .อิทธิพลของพายุ “เฟิงเฉิน” จะส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง
ส่วนสถานการณ์น้ำ:ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ ปัจจุบัน เขื่อนภูมิพล ปริมาตรน้ำ 12,645 ล้าน ลบ.ม. (94%) น้ำไหลเข้า 32.09 ล้าน ลบ.ม. และระบายน้ำในอัตรา 9.94 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาตรน้ำ 9,220 ล้าน ลบ.ม. (97%) น้ำไหลเข้า 20.75 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำในอัตรา 24.99 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ปริมาตรน้ำ 946 ล้าน ลบ.ม. (101%) น้ำไหลเข้า 12.72 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำในอัตรา 12.96 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาตรน้ำ 918 ล้าน ลบ.ม. (96%) น้ำไหลเข้า 28.34 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำในอัตรา 17.36 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน สถานี C.2 อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,839 ลบ.ม. ต่อวินาที ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.13 ม.เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลบ.ม. ต่อวินาที มีระดับน้ำเหนือเขื่อน +16.650 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน +15.940 ม.รทก. สถานี C.29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,227 ลบ.ม. ต่อวินาที ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 0.68 ม.



