เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 68 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ และได้ดำเนินการในหลายมิติ ทั้งการเร่งปราบปรามเครือข่าย “บัญชีม้า” และ “เว็บพนันออนไลน์” ที่สร้างความเสียหายนับหมื่นล้านบาท รวมถึงการติดตามเส้นทางการเงินเพื่อขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด พร้อมทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงจากแก๊งสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง
นายสิริพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่บางฝ่ายเปรียบเทียบว่าเกาหลีใต้สามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการในกัมพูชาได้โดยตรงว่า ต้องเข้าใจความจริงว่าไทยและกัมพูชายังไม่ได้อยู่ในจุดที่สามารถพูดคุยเจรจาโดยตรงได้ นอกจากเวทีความมั่นคง ที่กำหนดไว้แต่เดิม อย่าง JBC และ RBC ต่างจากเกาหลีใต้ที่ยังคุยกับกัมพูชาได้ และได้รับอนุญาตจากทางการกัมพูชา
“เมื่อไทยคุยตรงไม่ได้ เราก็ใช้วิธีกดดันผ่านความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อสร้างแรงผลักดันทางการทูตให้เกิดผลจริง” โฆษกรัฐบาล กล่าว
โฆษกรัฐบาล ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้หารือกับเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย รวมถึงผู้นำเวียดนาม และเกาหลีใต้ นอกจากนั้น ยังหารือกับท่านทูตของจีนแล้ว โดยทุกครั้งจะหยิบยกประเด็นการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติเป็นเรื่องหลัก โดยเฉพาะในการพูดคุยกับสหรัฐ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกรณีการยึดคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ เพื่อสืบหาผู้เกี่ยวข้องในไทย โดยทางสหรัฐจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าหารือกับฝ่ายไทยอย่างเป็นทางการภายในเดือน พ.ย.นี้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่เสี่ยง ปิดกั้นช่องทางสื่อสารของกลุ่มอาชญากรรม และเพิกถอนสัญชาติผู้มีพฤติกรรมสีเทาที่ถือสองสัญชาติ พร้อมยืนยันใช้กฎหมายไทยดำเนินการอย่างเด็ดขาด
“เอาเข้าจริงไทยกดดันกัมพูชามากกว่าที่หลายคนคิด ทั้งการยึดมั่นใน 4 เงื่อนไขหลัก ที่เราประกาศไว้ตั้งแต่ต้น ได้แก่ การถอนกำลัง การจัดการพื้นที่ชายแดน การกู้ทุ่นระเบิด และการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ส่วนเรื่องที่กัมพูชาขอให้ปล่อยเชลย เราก็ชัดเจนว่า จะไม่หารือใด ๆ จนกว่าเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อของไทยจะได้รับการตอบรับครบถ้วน และรัฐบาลยังได้แจ้งไปยังกัมพูชาอย่างเป็นทางการว่า จะดำเนินการสร้างรั้วชายแดน และเคลียร์พื้นที่ในเขตดินแดนของไทย เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มที่” นายสิริพงศ์ กล่าว.



