เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ผลการปฏิบัติ ”ยุทธการล้างบางบ่วง” เมื่อวันที่ 10 – 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติ ตรวจพบกับดักช้าง (แผ่นไม้ตอกตะปู) จำนวน 12 อัน ซึ่งเชื่อได้ว่ามีบุคคลไม่สงค์ดี ดัก หรือเจตนาทำอันตรายด้วยประการอื่นใดแก่สัตว์ป่า (ช้างป่า) ซึ่งเป็นการกระทำผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จึงได้ดำเนินการตรวจยึดกับดักช้าง (แผ่นไม้ตอกตะปู) จำนวน 12 อัน มาเพื่อขยายผลสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ต่อมา นายฉลอง ทองสงฆ์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมด้วย ชุดลาดตระเวนเขตบริหารจัดการที่ 4 ร่วมกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ชุดเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้นำชุมชน ได้ร่วมกันขยายผลเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุสวนยางที่เดิมซ้ำอีก ที่บ้านพัก หมู่ 8 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมตรวจพบอุปกรณ์การกระทำผิดและตรวจยึด กับดักช้าง(แผ่นไม้ตอกตะปู) บรรจุอยู่ในกระสอบ 8 อัน แผ่นไม้สำหรับเตรียมทำกับดักช้าง 58 อัน โดยแบ่งเป็น แผ่นไม้ที่อยู่ในกระสอบปุ๋ย 49 อัน แผ่นไม้ที่อยู่บริเวณชายคาบ้านพัก 9 อัน ค้อนตอกตะปู 1 ด้าม จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามจาก นางเวนสัญชาติเมียนมา ซึ่งเป็นคนรับจ้างกรีดยางในพื้นที่แปลงที่เกิดเหตุดังกล่าว และมีนายสุนทร ชาวมอญ คนรับจ้างกรีดยางแปลงข้างเคียงเป็นล่ามในการสื่อสารกับนางเวน สัญชาติเมียนมา ได้ให้การว่า กับดักช้าง (แผ่นไม้ตอกตะปู) เป็นของนายไฝ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งเป็นนายจ้าง มีสวนยางอยู่ในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน ซึ่งจะมาที่สวนยางแปลงดังกล่าว เฉพาะตอนที่นำยางแผ่นไปขายที่ร้านรับซื้อยาง


ขณะที่ นายพิทักษ์ ยิ้มขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลป่าเด็ง ได้ให้ข้อมูลว่าบริเวณแปลงที่ดินดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมวางกับดักช้าง จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปในที่ประชุมหมู่บ้านแล้ว

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนางเวน นายวิน 2 สามีภรรยา ชาวเมียนมา และนายสุนทร (ทุน เลย์) ชาวมอญ มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จากการสืบสวนเพิ่มเติม พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของนายไฝ และมีนายเกรียงไกรกับอ้อมซึ่งเป็นลูกชายและลูกสะใภ้เป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว และทราบว่า กับดักช้าง (แผ่นไม้ตอกตะปู) ทั้งหมดที่ตรวจพบเป็นของนายไฝ ซึ่งทำไว้เพื่อดักช้างไม่ให้เข้ามาทำลายต้นปาล์มของตนที่ปลูกไว้

คณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วว่าการกระทำดังกล่าวของ นายไฝ เป็นพฤติการณ์ของการล่าสัตว์ป่า ซึ่งการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ซึ่งเป็นผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.