หลังสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนวงการไลฟ์สดขายของจนเป็นที่พูดถึงไปทั่วประเทศ ล่าสุดนักร้องและแม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ก็ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกไม่มีกั๊กผ่านรายการ “คุยแซ่บโชว์” ถึงเบื้องหลังความสำเร็จที่มาพร้อมกับแรงกระเพื่อมและดราม่ามากมาย

เจนนี่ เผยว่า “หนึ่งในเอเชีย รับรางวัล TOP PCU ยอดคนดูสูงสุด 1.2 ล้านคน มันคือครั้งแรกในชีวิต เพราะว่าเวลาพักผ่อนน้อย ก็นอนไม่หลับ ซึ่งเราก็คิดว่ามันเกิดขึ้นจริงเหรอ แต่มันก็มาจากองค์ประกอบรวมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพี่ดารา ดันให้ Engagement (การมีส่วนร่วม) เปิดการมองเห็น ก็ต้องขอบคุณพี่อั้มที่ให้เกียรติ ยินดีที่มาร่วมงาน กับความสำเร็จที่มันเกิดขึ้น ก็ต้องขอบคุณทุกคน กับคนดู 1.2 ล้าน น่าจะเป็นคนแรกของเอเชีย แล้วจากนั้นเราก็หยุดไปสองวัน เพราะเราก็คิดเอาไว้แล้วว่า เราเริ่มล้า ก็น่าจะหยุดพักผ่อน และเป็นวันเกิดของลูกสาว แต่แพลนก็ล่มหมด เพราะต้องวางระบบหลังบ้านใหม่
ย้อนกลับไปวันนั้น ได้ร่วมไลฟ์กับพี่อั้มรู้สึกมันก็เหมือนว่าเราอยู่ในความฝัน ในหัวคิดว่าจริงเหรอ เราก็หันไปดูหน้าพี่อั้มตลอด พี่อั้มนั่งอยู่ตรงนี้จริงๆ นั่งอยู่ที่บ้านเรา เราไม่เคยเจอพี่เขาเลย แต่ก็ติดตามผลงานเขามาตลอด มันเกินคำว่าฝัน ขอบคุณที่สานฝันให้หนู เราได้เห็นกับตาเนื้อของเรา สวยกว่าในทีวี สวยกว่าในรูปที่เราเห็นอีก แต่มันก็มีดราม่า เราพูดว่าพี่อั้มอายุเท่าแม่ คือเราเป็นคนตลกขบขัน ที่เรารู้สึกว่าอยากให้ทุกคนเป็นตัวเอง เอนเตอร์เทน ให้ทุกคนมีความสุข เจตนาของเรา ที่เราต้องดูที่เจตนา เจตนาของหนู จะหมายถึงว่า พี่อั้มอายุขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังสวย และหน้าเด็ก ซึ่งเราอาจจะใช้คำที่ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจ ก็ต้องขอโทษ แต่ยืนยันว่าเจตนาหนูดีแน่นอน ไม่ได้คิดจะทำให้พี่อั้มไม่สบายใจ

ซึ่งวันนั้นพี่อั้มก็จอย พูดกับเราเบาๆ พูดย้ำๆ พูดว่า “พี่งงมาก เค้ากดกันแล้วเหรอ” แล้วถ้าวันนี้พี่อั้มดูอยู่ เราอยากบอกกับพี่เขาว่า ต้องขอบคุณพี่อั้ม (ยกมือไหว้) ขอบคุณมากๆ ที่ให้เกียรติพวกเราขนาดนี้ ที่เสียสละเวลามาร่วมเทศกาลเจนนี่ ให้เป็นไวรัล จนได้รับรางวัล และหนูก็ยังยินดีที่จะร่วมงานกับพี่อั้มในทุกๆ งาน พี่อั้มเรียกใช้หนูได้เลย การที่พี่อั้มให้เกียรติมาขนาดนี้ หนูก็อยาก ซัพพอร์ต พี่อั้มในทุกๆ ด้าน แม้หนูจะไม่ได้ระดับพี่อั้ม แต่หนูก็สามารถช่วยพี่ อย่างเรื่องตลาด ก็พร้อมที่จะยินดีช่วยพี่ เขาอาจจะไปช่วยไลฟ์สด ปักตะกร้าในแต่ละร้าน ในตลาดของพี่อั้ม
แล้วกับพี่โดมในเวอร์ชันชุดขาวในตำนาน หนูก็สติหลุดเหมือนกัน เราก็อยากตั้งใจขายของ ซึ่งมันก็เลี่ยงสายตาในการมองไม่ได้ เราคิดในใจว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยฉันด้วย ถามว่ารู้สึกยังไง ที่คนเขาไปไลฟ์ในเทศกาล ของเรา เขาประสบความสำเร็จ หนูรู้สึกเลยว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้น มันไม่ได้เกิดขึ้นจากหนูคนเดียว ทุกอย่างมันเหมือนเป็นบุญนำพา คือถ้าพี่ไม่ช่วยกันมา Engagement มันก็จะไม่เปิดขนาดนี้ ทุกฝ่ายมีผล ทำให้ทุกสิ่งเกิดขึ้น รวมถึงลูกค้า ทุกๆ วันถ้าเราไม่มีลูกค้าหรือแฟนคลับ ซัพพอร์ต รวมไปถึงดราม่าที่เกิดขึ้น มันทำให้เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ เราต้องขอบคุณทุกคน เพราะบางคนก็รอคิวกันนานมาก อย่างดาราเบอร์ต้นๆ ก็ต้องรอคิวนานมาก บางทีเรา เพิ่ง มาเห็นแชท ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ รอคิว ขออภัยในการจัดลำดับคิวในช่วงแรก เพราะว่าเราอาจจะบริหารไม่ทัน มันเกิดขึ้นเร็วมาก ในช่วงเวลา 14 วันที่ผ่านมา แต่หนูมั่นใจว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วมันจะดีเสมอ การที่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ มันทำให้หนูเติบโตแบบก้าวกระโดด
เราก็แบ่งเงินที่เราได้มาเอาไปทำบุญ คือหนูชอบทำบุญ ทำทีนึงมันก็ไม่ได้เป็นล้าน แต่พอรายได้มันเข้ามา เรามีโอกาสที่จะได้ทำ อะไรสักที หนูก็ พยายาม ดูให้มันตรงจุดว่าหนูอยากทำอะไร สิ่งแรกที่หนูอยากได้ก็คือรถ แอมบูแลนซ์ (รถพยาบาล) ตอนนี้ได้มาทั้งหมด 6 คัน ไปมอบให้ต้นเดือน พ.ย. เราอยากมอบให้มันถึงจุดจริงๆ แล้วเราก็เอาเงินไปช่วย ออฟไลน์ วันละ 1 ล้าน เอาไปเหมาตลาด ส่งทีมลงพื้นที่ แล้วเราก็มอบให้พี่บุ๋มไป 1 ล้านบาท เพราะว่าเขาลงพื้นที่ตลอด ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ เพราะเราไม่ว่าง เรามาฝากเขาไปทำบุญ พี่บุ๋มเขาก็ขอบคุณเรา ตอนนี้ก็รวมๆ แล้วเกือบ 20 ล้าน ก็ขอให้ผลบุญนี้ส่งผลให้ทุกคนที่ร่วมอยู่ในเทศกาลเจนนี่

สำหรับการที่ อย. และ สคบ. โทรมานั้น ซึ่งหนูไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องแย่ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ มันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หลายคนมองว่า อย. โทรมา แสดงว่ามันไม่มี อย. แต่มันไม่ใช่ คือเราไม่ได้เรียนจบทางด้านนี้มา แล้วมันเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่เราได้เข้าไปเจอ ได้เข้าไปพูดคุย เราจะได้ก้าวกระโดด เพิ่มพูนความรู้ การที่สินค้ามี อย. แต่เราก็ไม่รู้ว่าคำไหนพูดได้ คำไหนพูดไม่ได้ ซึ่งวันที่ 27 นี้ ไปเจอ อย. 28 ไปเจอ สคบ.
แล้วหลังจากนี้เราก็ได้มีสัญญา ให้แต่ละแบรนด์ได้เซ็นในเอกสารมีกฎหลักๆ เลย ต้องไม่มีสารสกัดที่เป็นอันตราย ถ้ามีสารที่เป็นอันตราย เราปรับ 100 ล้าน เพราะมันจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เรื่องที่สองของการ โอเวอร์เคลม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ไม่ใช่แค่แบรนด์จะได้รับผลกระทบ เจนนี่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เรารู้ว่าไลฟ์สดมันควบคุมยาก แต่ถ้าเรามีสัญญา มันอาจจะทำให้ทุกคนระมัดระวัง ถ้าสินค้ามันขายดี เราแค่รู้ว่ามันคือไฟเบอร์ มันขึ้นอยู่กับคนซื้อ ว่าเขาพอใจในสารสกัดมากแค่ไหน กับราคาที่ให้ กับโปรโมชันที่นำเสนอ
ทั้งนี้เรื่องที่แฟนคลับบอกว่าอย่าเอาชื่อศิลปินมาโปรโมต คือจริงๆ ส่วนตัวของเจนนี่ คือพี่ๆ ที่ถูกพูดถึง เขาดังระดับโลก แต่ทุกหน้างาน มันเป็นไลฟ์สด อย่างเช่นเรานั่งอ่าน คอมเมนต์ และมีชื่อที่ เมนต์ ขึ้นมา เราก็เลยอยากให้พี่เมย์ (วาสนา) ช่วยดีลแบมแบม ดีล แจ็คสัน แล้วพี่เมย์เขาเป็นนัก ซัพพอร์ต อยู่แล้ว พอมาในทิศทาง ซึ่งเขา พูดจัด ว่าเขาจะลองปรึกษาดู ดีล กันดูว่าจะเป็นไปได้ไหม และทุกคนก็อยากเจอ แต่สุดท้ายแล้ว มันต้องฟังทั้งสองฝั่ง แต่พอเราเห็น ฟีดแบ็ก แล้ว เราก็มีการคุยกันหลังบ้าน ว่าเราจะปรับตัวกันยังไงในอนาคต มันจะเกิดขึ้นไปในทางไหนได้บ้าง เพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่าย สิ่งที่เราปรับ ถ้าจะพูดถึงใคร เราต้องวางแผนกันก่อนล่วงหน้า ซึ่ง คอมเมนต์ ส่วนมากก็มาจากทางบ้าน จะ ท้ายที่สุด มันจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิด ทุกวันนี้หนูก็มีความสุขแล้ว ด้านพี่เมย์เอง เขาไม่ได้รับปาก เขาแค่บอกว่าขอลองดูก่อน

และ อินฟลูเอนเซอร์ ที่ทำคลิปออกมา ยกเลิกกว่า 7,000 ออร์เดอร์ คือได้เห็นแล้วค่ะ การที่เขาตั้งชื่อคลิปแบบนี้ มันเป็นการ ดึงดราม่า มาก เป็นการ เอ็นเกจเมนต์ ซึ่งถ้าใครดูคลิปไม่จบ หรือดูแค่พาดหัว เราก็โดนด่าไปเต็มๆ แต่ถ้าดูรายละเอียดจริงๆ เขาโดนยกเลิก 7,000 ซึ่งมันไม่ถึง 10% แต่อีก 90% ที่เขาขายได้ แล้วในออร์เดอร์ที่มันกำลังไหลจากวันนั้นอีก คือเขาบอกว่าเขาคุ้มค่ามาก แม้มันจะมีการยกเลิกก็ตาม แต่ที่มันเป็นดราม่า เพราะว่าทุกคนดูไม่จบ เขาก็มีการทักมาขอโทษหลังบ้าน หนู เคยบอกแล้วว่า การต่อยอดในทุกฝ่าย ต้องไม่ทำร้ายใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งมันเป็นการต่อยอดแบบนี้ หนูได้รับผลกระทบ ซึ่งมันไม่ใช่เราได้รับผลกระทบ แบรนด์ที่เขารออยู่เป็นคิวถัดไป เขาก็ได้ผลกระทบเช่นกัน อยากให้ทุกคนช่วย เซฟ นิดนึง เพราะว่าเราเต็มที่กับทุกท่านมากๆ”




