เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 68 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการสัมมนา “แนวทางการดำเนินงานและระบบคำขอกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 2” พร้อมมอบ “4 วาระเร่งด่วน สู่ยุคใหม่กีฬาไทย” ให้กับสมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย (จังหวัด) ที่โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ (ศรีนครินทร์)
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), นางภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง, นายมนตรี หาญใจ กรรมการบริหารกองทุนฯ, รศ.นพ.ดร.เมษัณฑ์ ปรมาธิกุล กรรมการบริหารกองทุนฯ, นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายอานันต์ เผือกพิบูลย์ ผู้แทนคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย, ผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ ประธานอนุกรรมการสวัสดิการด้านการกีฬา และผู้แทนกีฬาทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 500 คน

ในช่วงเช้า ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. บรรยายหัวข้อ “การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” และนางภัทรพร วรทรัพย์ บรรยายเรื่อง “การดำเนินงานของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติภายใต้การกำกับดูแลของกรมบัญชีกลาง”
นายอรรถกร กล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินงานด้านการกีฬามีขั้นตอนและระบบการประสานงานที่หลากหลาย ทั้งการยื่นคำขอ การจัดทำเอกสาร และการบริหารโครงการต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาอาจเกิดความคลาดเคลื่อน เช่น เอกสารตกหล่น หรือข้อมูลสูญหาย ทำให้บางโครงการเกิดปัญหาค้างคามาเป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ภายใต้การบริหารของท่านทนุเกียรติ จันทร์ชุม ได้พัฒนาและยกระดับระบบบริหารจัดการให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในกระบวนการยื่นคำขอและดำเนินงานแบบออนไลน์ครบวงจร ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาด ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน

“ระบบใหม่นี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การทำงานของทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และตรวจสอบได้ กระผมขอชื่นชมและให้กำลังใจบุคลากรทางการกีฬาทุกท่าน ที่ทุ่มเทในการพัฒนาวงการกีฬาของประเทศ และขอให้ใช้โอกาสการสัมมนาครั้งนี้ในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยน เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตกีฬาไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในทุกระดับ”
ในโอกาสนี้ นายอรรถกร ยังได้มอบ “4 วาระเร่งด่วน สู่ยุคใหม่กีฬาไทย” ได้แก่
1. ผลักดันงบประมาณการเก็บตัวฝึกซ้อมและการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33
2. อัดฉีดงบกีฬากว่า 400 ล้านบาท จัดสรรงบโปร่งใส รวดเร็ว ถึงสมาคมกีฬาฯ
3. เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการกองทุนฯ ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและ AI
4. สร้างหลักประกันใหม่ เพิ่มสวัสดิการดูแลนักกีฬาและบุคลากรตลอดเส้นทาง

ทางด้าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า “แนวนโยบายทั้ง 4 ด้านของท่านรัฐมนตรี เป็นกรอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกมิติของกองทุ พัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สิ่งสำคัญคือ ความร่วมมือ ของทุกภาคส่วน ทั้ง กองทุนฯ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬา คณะกรรมการโอลิมปิกฯ และพาราลิมปิกฯ เราทุกคนคือทีมเดียวกัน ทีมไทยแลนด์ ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยให้มั่นคงและยั่งยืน”
ขณะที่ นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในนามของครอบครัวกีฬา ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ให้เกียรติมาพบปะและมอบแนวทางขับเคลื่อนวงการกีฬาในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้แทนจากสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 500 ท่าน ได้มาร่วมรับฟังแนวทางจากท่านโดยตรง เพื่อร่วมกันพัฒนากีฬาไทยให้ก้าวหน้าต่อไป




