เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเจรจากับประเทศศรีลังกา เพื่อนำช้างพลายประตูผาและพลายศรีณรงค์กลับประเทศไทยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องนี้ โดยมีการเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มทวงคืนช้างไทยเข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบข้อมูลที่ทางกลุ่มได้ข้อมูลมาว่าช้างทั้ง 2 เชือก มีความเป็นอยู่และได้รับการดูแลอย่างไร ซึ่งเรารับข้อมูลตรงนี้มา เพื่อนำไปพิจารณาว่าในกรณีนี้มีแนวทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องการดูแลสุขภาพ หรือแม้แต่การนำกลับเพื่อมาดูแลสุขภาพอย่างไร หลังจากนั้นเราก็มีการประชุมเฉพาะส่วนราชการด้วยกัน ซึ่งกลไกที่สำคัญที่สุดก็คือจะใช้กลไกของกระทรวงการต่างประเทศ ทางการทูต เพราะเป็นเรื่องระหว่าง 2 ประเทศ ที่จะต้องมีการพูดคุยกันว่าช้าง 2 เชือกนี้ เป็นช้างที่ได้รับมอบในลักษณะรูปแบบที่เรียกว่ารัฐบาลต่อรัฐบาล

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงต้องมีการพูดคุยกันต่อไป ตามที่รองนายกฯ มีแนวคิดว่าอยากจะเดินทางไปขอความร่วมมือกับรัฐบาลศรีลังกา ในการที่จะช่วยเหลือในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงเรื่องของการดูแลสุขภาพช้าง ซึ่งเราได้ประสานกับทางสถานทูตศรีลังกาไว้เรียบร้อยแล้วว่าอยากให้ช่วยประสาน ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ในการกำหนดวันและช่วงเวลาในการเดินทาง ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่บนฐานการเจรจาด้วยความยินยอมซึ่งกันและกัน ตนเชื่อว่ารัฐบาลหรือแม้แต่ประชาชนชาวศรีลังกาเองก็รักช้างเหมือนกัน เพียงแต่ว่าอาจจะมีวัฒนธรรมในการเลี้ยงดูช้างที่แตกต่างกัน หากเรามีการอธิบายและพูดคุยให้เข้าใจ คิดว่าเรื่องที่เราจะพิจารณาในเรื่องขอนำกลับมารักษาหรือมาดูแล โดยพิจารณาว่าช้างน่าจะเกษียณได้แล้ว อาจจะมีความเป็นไปได้ จึงต้องใช้วิธีการเจรจาไปเรื่อยๆ

“ตอนนี้ทางศรีลังกาคงทราบเจตนาของเราแล้ว เพียงแต่ว่าเราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ ส่วนการอธิบายนั้น วันนี้ช้างไม่ได้อยู่ในความดูแลของรัฐบาลโดยตรง แต่อยู่ในความดูแลของวัด ซึ่งแต่ละเชือกอยู่คนละวัด เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเชื่อมต่อผ่านสถานทูตของไทยไปสู่รัฐบาลศรีลังกา และเชื่อมต่อไปที่วัด เพื่อให้มีการเจรจากับวัดว่าแนวทางที่เรามีความเห็นแบบนี้ มีความเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งต้องพูดคุยกัน และเจรจาให้ได้ข้อยุติก่อน โดยอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน” นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากการเจรจา สามารถรับช้างกลับมาได้ ในเรื่องการขนส่งที่ผ่านมากรณีพลายศักดิ์สุรินทร์ ขนส่งทางเครื่องบินใช้งบประมาณ 25 ล้านบาท สำหรับครั้งนี้ก็กำลังพิจารณาในเรื่องการขนส่ง โดยมีแนวคิดอีกแนวคิดหนึ่งว่าหากขนส่งทางเรือจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะการขนส่งทางเรือมาที่ท่าเรือภูเก็ตจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน และถ้ามาถึงแหลมฉบังใช้เวลา 10 วัน แต่ต้องพิจารณาว่าเราจะทำเรืออย่างไรนั้นต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งถ้าเดินทางโดยเครื่องบินก็จะเร็ว แต่ต้องใช้ยาซึม เพียงแต่ว่าช้างอายุเยอะ โดยเฉพาะพลายประตูผา ที่อายุ 51 ปี ถ้าใช้ยาซึมจะมีผลกระทบหรือไม่ เมื่อเครื่องเทคออฟจะมีอาการแพนิกหรือไม่ ซึ่งต้องคุยกันในหลักวิชาการ