เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความให้ความรู้เกี่ยวกับ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease – IBD) ผ่านเพจ “หมอเจอ” โดยเน้นว่าอาการที่หลายคนมองข้าม เช่น ท้องเสียเรื้อรัง หรือปวดท้องบ่อย ๆ อาจไม่ใช่แค่ปัญหาอาหารไม่ย่อย แต่เป็นสัญญาณของโรคที่ต้องตรวจสอบ

IBD เป็นกลุ่มโรคที่ทำให้ ลำไส้อักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งพบได้บ่อยสองชนิด ได้แก่

  • Crohn’s disease : อักเสบได้ทุกส่วนของระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปากถึงรูทวาร
  • Ulcerative colitis : อักเสบเฉพาะลำไส้ใหญ่ โดยเริ่มจากล่างสุดแล้วลามขึ้นไป

หมอเจษฎ์เน้น 5 สัญญาณสำคัญที่ควรสังเกต

  1. ปวดท้องบ่อยและเรื้อรัง
    ปวดเป็นประจำ มักเกิดแบบไม่บอกล่วงหน้า Crohn’s disease มักปวดด้านขวาล่าง ส่วน Ulcerative colitis ปวดด้านซ้ายล่างหรือท้องน้อย
  2. ถ่ายเหลวบ่อยหรือมีมูกเลือดปน
    ถ่ายวันละ 3-5 รอบต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือมีมูกปนเลือด ต้องสงสัย IBD
  3. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    ลำไส้อักเสบทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารไม่ดี แม้กินปกติก็ลดน้ำหนักลง
  4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ซีด ไม่มีแรง
    เกิดจากการขาดธาตุเหล็ก วิตามิน B12 หรือโฟเลต ทำให้เกิดโลหิตจางและอ่อนเพลีย
  5. อาการผิดปกติอื่น ๆ นอกลำไส้
    เช่น ข้ออักเสบ ผื่นบนผิวหนัง ตาแดง อาการเหล่านี้เกิดจากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติร่วมกับลำไส้

หมอเจษฎ์เตือนว่า การชินกับอาการผิดปกติคืออันตรายที่สุด เพราะหากปล่อยไว้นาน โรคจะเข้าสู่ระยะที่มีแผลเรื้อรัง และต้องใช้ยารักษาหนักขึ้น

สำหรับแนวทางดูแลและควบคุมโรค หมอแนะนำ

  • รับประทานอาหารย่อยง่าย หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด
  • เสริมอาหารโปรไบโอติกส์เพื่อสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อมีสัญญาณผิดปกติ

“การรู้ทันโรคและปรับตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยควบคุมอาการให้ ‘นิ่ง’ ได้นาน และลดความเสี่ยงแทรกซ้อนในระยะยาว”