นายทรงกฤษณ์ รักษสุธากาญจน์ อายุ 56 ปี เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงเต่าซูคาต้ารายแรกในอำเภอเมืองตรัง บอกว่า เป็นคนกรุงเทพฯ แต่มาเป็นเขยชาว จ.ตรัง ได้ทำการเพาะพันธุ์ลูกเต่าซูคาต้าสวยงามเป็นรายแรกในอำเภอเมืองตรัง โดยมีลูกเต่าอยู่กว่า 100 ตัว เริ่มจากความชอบส่วนตัว ประกอบกับเคยเลี้ยงเต่าสายพันธุ์อื่นมานานหลายปีแล้ว แต่มีต้นทุนสูง เลี้ยงยาก จึงหันมาขออนุญาตจากกรมป่าไม้ เพื่อเลี้ยงเต่าซูคาต้า เพราะเกิดหลงใหลในลวดลาย สีสัน ความน่ารัก ทั้งยังเลี้ยงง่าย โตเร็ว ให้ลูกดก ประกอบกับคนไทยมีความเชื่อว่า การเลี้ยงเต่าจะทำให้ผู้เลี้ยงอายุยืนยาวนับ 100 ปี ทำให้ราคาเต่าซูคาต้าไม่ร่วง และยังมีแนวโน้มที่สดใส
“ได้ซื้อพ่อแม่เต่าซูคาต้าตัวโตเต็มวัยมา 1 คู่ ราคาตัวละเกือบ 20,000 บาท จากนั้นจึงเริ่มซื้อเต่ามาเพิ่มเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีพ่อพันธุ์อยู่ 6 ตัว แม่พันธุ์ 13 ตัว ซึ่งปีนี้เพิ่งได้ลูกเต่ารุ่นแรกอายุ 15 วันถึง 5 เดือนพร้อมขายอยู่กว่า 100 ตัว โดยลูกเต่าอายุ 15-30 วันขายตัวละ 900 บาท ส่วนอายุ 4-5 เดือนขายตัวละ 1,200-1,500 บาท โดยมีทั้งลายหินอ่อน หลังแบนเรียบและแบบสีน้ำตาลเข้ม กระดองเป็นปุ่มนูน ส่วนพ่อแม่พันธุ์อายุ 3-5 ปีขายตัวละ 17,000-20,000 บาท ให้กินอาหารวันละ 2 เวลาคือเช้ากับเย็น โดยกินได้ทั้งหญ้าวัว ผักสลัด ใบหม่อนและผักอีกหลายชนิด อาหารเม็ดและแคลเซียม เพื่อเสริมกระดูกให้แข็งแรง จะทำให้เต่าโตเร็ว และมีอัตราการรอดสูงมาก”
ซึ่งเต่าซูคาต้า ได้ชื่อว่าเป็นเต่าบกที่มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากเต่ายักษ์กาลาปากอส ชอบพื้นที่แห้งแล้งเป็นทะเลทราย ขาคู่หน้ามีเกล็ดขนาดใหญ่ โตได้ถึง 36 นิ้วและมีน้ำหนักถึง 100 กิโลกรัม จะเป็นพ่อแม่พันธุ์เมื่อมีอายุ 3-4 ปีขึ้นไปหรือมีความยาวประมาณ 16-17 นิ้ว ซึ่งตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 3 ตัว วางไข่ครั้งละ 20-30 ฟองหรือปีละ 3-4 ครั้ง และใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 90 วันจึงออกเป็นตัว
เต่าซูคาต้าเป็นสัตว์สวยงาม เลี้ยงไว้เสริมวาสนา บารมี และลดการจับเต่าจากธรรมชาติได้ดี ถือว่าเป็นสัตว์มงคลเทรนใหม่ที่กำลังมาแรง ไม่ต้องดูแลมาก สามารถปล่อยทิ้งไว้ได้ทั้งวันในที่แห้ง และมีแสงแดดส่องถึง เลี้ยงได้ทั้งในคอนโด ในบ้าน ในกล่องโฟมหรือในพื้นที่จำกัด ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ดุส่วนใครสนใจสามารถติดตามได้ทางเพจ บ้านเต่าตรัง ซูคาต้าหรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 061-356-5676



