เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการหารือร่วมกับคณะทำงาน Zero corruption : คณะกรรมการร่วมเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเพื่อนไม่ทน ว่า กกร. จะเสนอให้เรื่องการปราบทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งตรงกับนโยบายรัฐบาล กกร. ยังเสนอให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองต่างๆ ที่กำหนดขั้นตอนรายละเอียด ในการดำเนินการอะไรต่างๆ ไว้ เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจได้มาก กกร. เสนออีกข้อหนึ่งคือ ให้มีหน่วยงานนำร่อง 4 หน่วย ให้เป็นหน่วยงานต้นแบบในเรื่องความโปร่งใส และมีการขยายไปที่อื่นต่อ 

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า อีกประเด็นหนึ่งที่เราได้พูดคุยกัน คือ การพัฒนา การปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัยใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งจะพยายามช่วยกันทำ เบื้องต้นจะขอให้ กกร. ไปประชุมพิจารณากันว่าจะมีกฎหมายลำดับรองอะไรบ้าง ซึ่งส่วนมากเป็นกฎหมายลำดับรอง เช่น กฎกระทรวง ประกาศระเบียบคำสั่งต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจจะได้มีการปรับปรุงแก้ไข โดยให้ กกร. เสนอมาว่ามีเรื่องอะไรบ้าง จะปรับปรุงแก้ไขอะไรอย่างไรก็เสนอมาที่รัฐบาลจะได้ไปดำเนินการต่อ 

เมื่อถามว่า มีหน่วยงานที่มีการรายงานเกี่ยวกับการทุจริตออกมาหลายหน่วยงานจะดำเนินการอย่างไร นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้คุยกันเมื่อเช้า ซึ่งมีการทำวิจัยมาว่ามีหน่วยงานไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นผลของการวิจัยของ 2-3 สำนักวิจัย ความจริงไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ที่คุยกันก็เข้าใจกันดีว่าไม่ต้องโต้แย้งอะไรกัน เพียงแต่ถ้าเรารู้ว่าตรงไหนมีข่าว หรือมีรายงานอะไรอย่างนี้ เราก็มาไล่ดูว่ามันจริงหรือไม่จริงอย่างไร ถ้าจริงก็ปรับปรุงก็แค่นั้น ไม่ได้มีอะไร เราก็จัดการกับคนไม่ดีเสีย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปโต้แย้งอะไรกัน เป็นที่เข้าใจกันดีจากการพูดคุยเมื่อเช้า 

เมื่อถามว่า จะต้องมีการลงไปตรวจสอบหรือไม่จากรายงานที่ออกมา นายปกรณ์ กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับไปดู เพราะถ้ามีข้อห่วงใยมาอย่างนี้ เราคงปล่อยไว้ไม่ได้ ก็ต้องลงไปดูกัน