เมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. รองเลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กันจอมพลัง ออกมาท้าดำเนินคดี หากเห็นว่าการจัดจัดซื้อเสื้อเกราะให้กองทัพผิดกฎหมาย ว่า ตนก็เพิ่งทราบว่ากองทัพออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยอนุญาตหรือออกใบอนุญาตให้มูลนิธิเอกชนใดๆ รายใดรายหนึ่งเป็นผู้จัดซื้อยุทธภัณฑ์ให้กองทัพ พอมีข้อมูลใหม่ปรากฏแบบนี้แล้ว ตนจึงเป็นห่วงมากว่าบางคนมีเจตนาดี แต่บางครั้งไม่รู้ข้อกฎหมายที่อาจจะสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดการตีความว่าเป็นบุคคลอื่น ที่ไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 มาจัดหายุทธภัณฑ์ ซึ่งเสื้อเกราะถือเป็นหนึ่งในบัญชียุทธภัณฑ์

“เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะผมเคยโดนคดีมาแล้ว ผมก็บอกว่าผมเคยโดนมาแล้ว ทั้งที่เป็นเสื้อที่ซื้อตามคลองหลอด ช้อปปี้ แล้วออกมาเล่นบีบีกัน ใส่ป้องกันอาวุธกระสุนยางหรือพลาสติกจากบีบีกัน เรายังโดนศาลพิพากษามาแล้วเลย ศาลอาญาพิพากษาให้ผมต้องจำคุก แต่รอลงอาญา เพราะเป็นยุทธภัณฑ์ ผมเป็นห่วงเรื่องนี้ จึงเตือนออกไปเสียงดังๆ หน่อย ว่าถ้าไม่มีการอนุญาตจากกลาโหม โดยเฉพาะรัฐมนตรีและปลัดกระทรวง จะทำให้มีปัญหานะ อาจจะเข้าข่ายฐานความผิดได้แค่นั้นเอง” นายปิยรัฐ กล่าว

เมื่อถามว่าการที่เขามีหนังสือขอความอนุเคราะห์จากกองทัพจะทำให้สามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายปิยรัฐ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องผิดสเปกหรือล็อกสเปกอะไร แต่เป็นเรื่องข้อกฎหมายตามที่ตนได้กล่าวมาข้างต้น กับเรื่องที่สอง คือถ้าหน่วยงานผู้ซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายของกระทรวงเอง ยังทำผิดกฎกระทรวงและระเบียบกฎหมายเอง 

“อันนี้เป็นสิ่งที่น่าห่วง เผลอๆ จะโดนด้วย เพราะคุณเองเป็นเจ้าพนักงานผู้รักษากฎหมายและมีอำนาจในการปฏิบัติตามกฎหมาย คุณกลับไม่ทำตามระเบียบปฏิบัติ ถือว่ามีปัญหาแล้ว ดังนั้น เรื่องนี้ลามไปแน่นอน ถ้าเกิดว่ามีใครสักคนไปแจ้งความดำเนินคดี” นายปิยรัฐกล่าว

นายปิยรัฐ กล่าวว่า มันเป็นเส้นบางๆ มาก การทำความดีแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ ถือว่าเป็นปัญหา ตนจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นกฎหมายก็ไม่ต้องมี ทุกคนอ้างความดีหมด เราต้องดูเจตนาของกฎหมายด้วย ทำไมถึงต้องมี พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ เพราะกังวลว่าเดี๋ยวจะไปจัดซื้อจัดหากันมาเองแล้วมันไม่ได้มาตรฐาน หรือไปทำประโยชน์ที่ไม่ถูกไม่ควรบ้าง แม้กระทั่งทำให้หน่วยงานบางหน่วยงานหากินกับเรื่องนอกกฎหมาย ถือเป็นอันตราย

“วันดีคืนดีเกิดสู้รบกันขึ้นมาอีก แล้วคุณกันบอกว่าผมขอจัดซื้อขีปนาวุธ อาวุธ ยุทธโธปกรณ์เอง โดยที่กองทัพขาดแคลน ผมทำความดีเพื่อประเทศชาติ แบบนี้ผมทำได้หรือไม่ มันก็จะเข้าข่ายแบบนี้ วัตถุประสงค์ของกฎหมายคือต้องป้องกันช่องโหว่ที่จะนำไปสู่การทำผิดได้” นายปิยรัฐ กล่าว