เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพไทย (ศปชส.ทท.) ได้เชิญผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและร่วมกันนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณชนอย่างรอบด้าน โดยมี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะเลขานุการการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) เป็นประธาน

ในการนี้ รองเสนาธิการทหารได้ชี้แจงถึง 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การดำเนินการของไทยตามกรอบ อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน รวมทั้งการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. 1997 (อนุสัญญาออตตาวา) และ 2.การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยช่วงท้ายของการพบปะหารือ ได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสอบถามประเด็นข้อสงสัยต่าง ๆ ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างกองทัพไทยกับสื่อมวลชนในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบ และโปร่งใส

อีกทั้ง กองทัพไทย ยืนยันว่า การสิ้นสุดความเป็นปรปักษ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตาม เงื่อนไขหลัก 4 ข้อ ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศและการสังเกตการณ์ของอาเซียน (เอโอที) ดังนี้ 

1.การถอนอาวุธประเภทจรวดออกจากพื้นที่ชายแดน กองทัพทั้ง 2 ประเทศจะต้องถอนอาวุธประเภทจรวดซึ่งมีอำนาจในการทำลายล้างสูงออกจากแนวชายแดนภายใต้การกำกับดูแลของคณะเอโอทีซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการถอนอาวุธแต่กองกำลังป้องกันชายแดนยังคงอยู่ในพื้นที่เดิม เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ

2.การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน ต้องให้มีการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน 5 พื้นที่ ได้แก่ บ้านสายโท 10 ใต้ จ.บุรีรัมย์ ช่องเหว จ.สุรินทร์ บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว บ้านชำราก จ.ตราด ซึ่งขณะนี้ฝ่ายไทยได้ดำเนินการมีผลความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง 3.การปราบปรามขบวนการไซเบอร์สแกม ต้องมีการดำเนินการตาม แอ็คชั่นแพลน ที่ได้ลงนามไว้ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2568 4.การบริหารจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดน ต้องมี การดำเนินการตามผล การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) สมัยวิสามัญ เมื่อวันที่ 21-22 ต.ค. 2568

อย่างไรก็ตามกองทัพไทยยังคงยืนหยัดในหลักสันติวิธี เคียงข้างประชาชน พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ฉุกเฉินทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ เพื่อปกป้องความมั่นคงและอธิปไตยของชาติอย่างสูงสุด