สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่าสภาแห่งชาติสิงคโปร์ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายอาญา ให้เพิ่มบทลงโทษเฆี่ยนกับผู้กระทำผิดในคดีหลอกลวงออนไลน์
ทั้งนี้ ผู้ทำหน้าที่สแกมเมอร์โดยตรง ต้องรับโทษด้วยการเฆี่ยนด้วยหวายอย่างน้อย 6 ครั้ง และอาจเพิ่มได้สูงสุดถึง 24 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการกระทำความผิด
ขณะที่ผู้ล่อลวง ผู้ชักชวน รวมถึงผู้ให้ความสนับสนุนเช่น รับจ้างบัญชีม้า และให้ข้อมูลซิมการ์ด ต้องรับโทษเฆี่ยนตามดุลยพินิจของศาล ซึ่งอาจสูงสุด 12 ครั้ง
Law passed for scammers, mules, to be caned after victims in Singapore lose almost $4b since 2020 https://t.co/Uy9StTsQrS
— The Straits Times (@straits_times) November 4, 2025
นางแอนน์ ซิม รัฐมนตนีอาวุโสแห่งรัฐฝ่ายกิจการภายใน แถลงต่อสภา ว่าการหลอกลวงทางออนไลน์กลายเป็นอาชญากรรมซึ่งพบมากที่สุดในสิงคโปร์ คิดเป็น 60% ของอาชญากรรมทั้งหมดที่มีการรายงาน โดยระหว่างปี 2563 ถึงครึ่งแรกของปีนี้ มีการแจ้งความคดีหลอกลวงทางออนไลน์ประมาณ 190,000 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 92,171.88 ล้านบาท )
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากตำรวจสิงคโปร์ระบุว่า อาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์สร้าความเสียหายไปแล้วมากกว่า 187.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 4,660.91 ล้านบาท ) ระหว่างเดือนก.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าความสูญเสียจากอาชญากรรมดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงเดือนก.ย. ปีนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 3,880 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 96,655.92 ล้านบาท )
ปัจจุบัน กฎหมายของสิงคโปร์กำหนดให้ ผู้กระทำความผิด 96 กรณี ต้องรับโทษเฆี่ยนตามดุลยพินิจของศาล และผู้กระทำความผิด 65 กรณี ต้องรับโทษเฆี่ยนภาคบังคับ
แม้มีการเพิ่มโทษเฆี่ยนสำหรับการหลอกลวงออนไลน์ หรือ สแกมเมอร์ แต่รัฐมนตรีกล่าวว่า การทบทวนกฎหมายทำให้พบว่า มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทลงโทษเฆี่ยนสำหรับความผิดอื่น โดยจะมีการยกเลิกบทลงโทษเฆี่ยนสำหรับความผิด 8 กรณี เช่น การกีดขวางการสัญจรของรถไฟ และการเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารภายใต้กฎหมายการรถไฟ
รัฐบาลสิงคโปร์ย้ำว่า การแก้ไขกฎหมายนี้ไม่ได้เป็นการลดความเข้มงวดในการต่อต้านอาชญากรรม เนื่องจากอาชญากรรมส่วนใหญ่ที่รุนแรง เช่น ความผิดทางเพศและความรุนแรง จะยังคงมีบทลงโทษด้วยการเฆี่ยนต่อไป.
เครดิตภาพ : AFP



