เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคฯ แถลงเปิดแคมเปญ “สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ” ประกาศรับผู้แสดงความประสงค์ลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เนื่องจากเงื่อนไขสภาวะทางการเมืองขณะนี้ ทำให้เราต้องทำงานแข่งขันกับเวลาอยู่แล้ว ดังนั้น เราจึงตัดสินใจว่าเราจะเริ่มต้นดำเนินการเริ่มโครงการเชิญชวนคนที่มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองให้มาร่วมกับเรา ด้วยการเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส.
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า การที่ประเทศเรามีปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย มีปัญหาสะสมเรื้อรังยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเมืองไม่สุจริตซึ่งสร้างปัญหาต่างๆ ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ และเกิดปัญหาเงินทุนสีเทา การทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหายาเสพติด และการพนัน การกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวข้องไปถึงอาชญากรรมข้ามชาติ และระบบเศรษฐกิจขาดประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ ถ้าเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตนก็มองไม่เห็นว่าบ้านเมืองเราจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไร ดังนั้น ใครที่เชื่อเรื่องการเมืองสุจริต ใครที่รู้ตัวเองว่ามีดีในตัว ใครที่รู้ว่าแนวทางที่จะพัฒนาประเทศควรจะเป็นอย่างไร เราขอเชิญชวนว่าวันนี้เราพร้อมสร้างคน คนสร้างพรรค และพรรคสร้างประเทศ นี่คือแนวทางที่เราจะเดินหน้า ดังนั้น วันนี้พรรคประชาธิปัตย์จึงทำโครงการ “สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ” จนถึงวันที่ 30 พ.ย.นี้ เปิดโอกาสและเชิญชวนคนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย และตั้งใจมาทำการเมืองสุจริตให้มาร่วมทำงานกับเรา
“วันนี้ประชาชนไม่สามารถคาดหวังว่า สส.ที่ดีจะลอยมาจากที่ไหน และประชาชนอีกจำนวนมากเชื่อว่าไม่ได้ตั้งความหวังกับ สส.ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าพรรคไหนก็ตาม ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ขอแเชิญชวนคนทั้งประเทศที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย และมีความตั้งใจ ที่จะมาทำการเมืองสุจริต มาร่วมกับเรา อย่ารอคนอื่นมาเป็นตัวแทนของท่าน สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงแนวโน้มส่งผู้สมัคร สส.ครบทุกเขตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าทุกคนตอบรับเข้ามาจากทั่วประเทศ ก็อยากจะส่งครบทุกเขตแน่นอน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ควรเป็นพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนทุกคนในประเทศไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่เขตเลือกตั้งไหน จังหวัดไหน ภาคไหน
“”ผมไม่โกหกนะครับ เชิญชวนนี่ คือชวนมาเหนื่อย ไม่ได้ชวนมาสบาย เพราะวันนี้ถ้าไม่เหนื่อย บ้านเมืองก็ไม่ดีขึ้น ชวนมาเหนื่อย มาทุ่มเทกับพวกเรา ถึงเวลาแล้ว เราต้องมาทำการเมืองให้ไม่เหมือนการเมืองที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการตั้งต้นใหม่ในสภาวะการเมืองที่ใช้เงินในการต่อสู้กัน ประเมินว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเดินไปได้มากน้อยแค่ไหน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน แม้การใช้เงินหนักหนาสาหัสรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ตนเชื่อว่าต้องมีจุดพลิกผันที่ทำให้ประชาชนเห็นว่าถ้าเรายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ ทั้งเศรษฐกิจและสังคมจะติดอยู่แบบนี้ตลอดไป และอาจจะเสื่อมโทรมลง แต่เราจะเป็นฟันเฟืองตัวหนึ่งที่ไม่ยอมให้การเลือกตั้งกลายเป็นเรื่องของการประมูล
“การเมืองในบ้านเมืองที่สุจริต ตนพูดตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งว่า ถ้าไม่สร้างเครื่องจักรที่จะทำให้เกิดความเติบโตทางเศรษฐกิจ ปัญหาอีกหลายอย่างก็จะแก้ไม่ได้ การที่เราตั้งไว้ตรงนี้คือ การเมืองต้องสุจริต เศรษฐกิจต้องโต ขณะเดียวกันความเหลื่อมล้ำที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ก็เป็นปัญหาที่คนรู้สึกอย่างมาก รวมถึงความยุติธรรม และกระบวนการบังคับใช้กฎหมายก็เป็นเรื่องใหญ่ แม้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องสโลแกน แต่เราจะนำทุกปัญหามาเพื่อตอบโจทย์”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงการรับมือกับการที่เลือกไหลออกจากพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าตนตั้งต้นจากศูนย์ เพราะยังไม่มีการอนุมัติผู้สมัครสส.คนใด ใครตัดสินใจอย่างไร เราก็ไม่ว่ากัน เราเคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าจะอยู่ที่นี่ ก็ต้องเป็นแนวทางนี้ เราเชื่อว่ามีคนพร้อมจะมาร่วมแนวทางนี้มากเพียงพอ ที่จะทําให้เราเดินต่อได้ ส่วนกรณีที่อดีตหัวหน้าพรรคลาออก และจะนํา สส.พรรคทั้งหมดไปด้วยนั้น จะส่งผลกระทบต่อพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กว่าจะถึงวันยุบสภา จํานวน สส.ที่เหลืออยู่จะน้อยมาก วันนี้ตนเลยตั้งสมมติฐานใหม่ว่า เริ่มจากศูนย์แล้วกัน มาสร้างกันใหม่เลย วันนี้สร้างคนให้คนสร้างพรรคไปสร้างบ้านเมืองที่ดี จึงขอเชิญชวนแบบนี้ ใครที่จะอยู่ก็ต้องมาในแนวทางนี้ใครอยากจะไปอยู่กับพรรคอื่นก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละท่าน
ต่อข้อถามว่า สส.ในพรรคมีการเข้ามาอำลาเป็นการส่วนตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า บางคนพูดมาตั้งแต่เลือกตนแล้วว่า ด้วยความผูกพันก็อยู่เลือกให้ แต่คงไม่ได้อยู่ร่วมทํางานด้วยกัน หลายท่านก็พูดอย่างนี้ตรงไปตรงมา โดยกฎหมายเราเข้าใจว่า ขณะนี้ที่เขายังไม่ลาออก เพราะเขาจะสูญเสียสถานภาพ สส.



