ท่ามกลางกระแสกดดันเรื่องปราบสแกมเมอร์รุมเร้า จนมีการประเมินท่าที “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย อาจยุบสภาก่อนเวลาตาม MOA กับพรรคประชาชน (ปชน.) หรือยุบก่อน 31 ม.ค. 69 นายกฯ ไปแสดงวิสัยทัศน์ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2025 ในหัวข้อ “Thailand’s Next Frontier : A National Economic Vision วิสัยทัศน์ประเทศไทยในโลกใหม่” ผู้ดำเนินรายการถามเรื่องยุบสภา นายกฯ กล่าวว่า “ผมยืนยันตลอดไม่เคยเปลี่ยน มีคนเยอะแยะมาบอกว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนั้นอย่างนี้ ใช้เป็นข้ออ้างได้ รับรองผมไม่ปฏิบัติตาม เพราะพรรค ปชน. ทำให้ผมเป็นนายกฯ ตนต้องรักษาสัญญาที่มีไว้ เมื่อครบ 4 เดือนก็ต้องยุบสภา”

“ส่วนกระแสข่าวจะยุบสภาก่อนหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ต้องดูสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา .. การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีวัตถุประสงค์อะไร ตั้งใจยุบสภา วันที่ 31 ม.ค.69 อยู่แล้ว ผมไม่ปล่อยให้ใครมาด่ารัฐบาลเล่นๆ ฟรีๆ หากเป็นเกมการเมือง รัฐบาลสู้เกมการเมืองไม่ได้ก็ยุบสภาไป ห่างแค่เดือนเดียวคงไม่ทำให้เกิดความแตกต่างอะไร มีความพร้อมในการเลือกตั้งใหม่ตลอด”

เมื่อถามต่อว่าพร้อมกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหรือไม่ นายกฯ กล่าวติดตลกว่า “ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้ผมเป็นนายกฯ แล้ว เห็นสิ่งที่สามารถทำได้ให้กับบ้านเมือง เวลาที่มีอยู่ทำอะไรให้มันปังซักอัน เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองเป็นภาพจำ ได้กลับหรือไม่กลับเราก็ถือว่าบอกตัวเองได้แล้วว่า ตอนเป็นนายกฯ ทำสิ่งอะไรไว้”

นายกฯ หนู ยอมรับด้วยว่า เมื่อนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลังถูกครหาเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ ได้แจ้งเขาตรงๆ ให้ลาออก ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี เพราะเขาอยู่ในกระทรวงที่เราต้องใช้กลไกเข้าไปจัดการสแกมเมอร์ เขาถูกครหา แต่ยังไม่ถูกกล่าวหา ยังไม่ได้มีหลักฐานใดๆ และไม่มีหน่วยงานไหนทั้งไทยและต่างประเทศที่ดำเนินคดี การใช้กฎหมายในรัฐบาลนี้มุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมรูปคดี ไม่ใช่ไปบอกไม่ชอบใคร เดี๋ยวจะมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองแล้วต้องเอาเขาออกเหมือนที่พวกตนเคยโดนมา รัฐบาลชุดที่แล้ว พยายามใช้กลไกของรัฐกำจัดคู่แข่งทางการเมือง

สุดท้าย เมื่อถามย้ำว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่เสี่ยงดวงจะชิงยุบสภาก่อน ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “Play it by ear (ตัดสินใจตามสถานการณ์)” และไม่ตอบว่า ได้เก็งโจทย์อะไรไว้หากมีศึกซักฟอก เมื่อกลับมาทำเนียบรัฐบาล นายกฯ ได้หารือส่วนตัวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงการตรวจสอบเว็บพนันออนไลน์ว่า เบื้องต้นมีนักการเมืองหลายคนถูกเชื่อมอยู่บางคนเป็น สส. ในปัจจุบันด้วย เมื่อเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ ก็เป็นห่วงว่าจะมีการล้มคดีหรือไม่ ตอนนี้อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม ดังนั้น สส. จึงไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือสิทธิพิเศษใด ๆ จึงเป็นโอกาสดีที่ต้องเร่งสร้างความกระจ่างไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิด อย่างน้อยก็จะได้จบภายในเดือน พ.ย.นี้

“ส่วนเรื่องการจัดการกับสแกมเมอร์ จริง ๆ ก็มีสัญญาณบวกว่านายกฯ ดูเหมือนมีท่าทีจะเอาจริงมากขึ้น อย่างน้อยทางการพูด แต่สิ่งที่เราต้องการเห็นคือรูปธรรม วันนี้รูปธรรมยังไม่มี แผนงานที่ชัดเจนยังไม่มี การสร้างความเชื่อมั่นยังไม่มี เมื่อไทยได้รับผลกระทบขณะนี้ใกล้กับแหล่งสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ประเทศไทยต้องเป็นผู้นำและจะต้องเป็นคนที่สร้างรูปธรรมให้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่เกิด ในฐานะที่ติดตามเรื่องเหล่านี้รู้สึกผิดหวัง” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวปฏิเสธกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงการนำเงินของผู้ช่วย สส.มาจ่ายค่าสมาชิกพรรค ว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่มีความพยายามโจมตีพรรค ปชน. จากเพจหนึ่ง การสมัครสมาชิกพรรคประชาชนมีขั้นตอนยืนยันด้วยระบบ OTP จากนั้นจะมีการสุ่มตรวจ ซึ่งกระบวนการมีมาตรฐานสูง ขอให้ไปถามการสมัครสมาชิกพรรคกล้าธรรม ทำอย่างไร มีหัวคะแนน ไปเกณฑ์รายชื่อมาหรือไม่

ต่อมา นายรังสิมันต์แถลงอีกครั้งหลังประชุม กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงผลการประชุม กมธ. ว่า สิ่งที่เราต้องพูดคุยต่อจากนี้คือนายกรัฐมนตรีจะมีการประสานกับกัมพูชาเพื่อให้ส่งตัวนายก๊ก อาน มาดำเนินคดีที่ประเทศไทยอย่างไรต่อไป นายลี ยงพัด ที่ปัจจุบันได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่ามีการถอนสัญชาติ แต่อยู่ในระหว่างการยึดทรัพย์สินต่อไป ขณะที่นายยิม เลียก ทาง ปปง. พูดว่าไม่สามารถริเริ่มดำเนินการอะไรได้ จนกว่าดำเนินการให้มีคดีมูลฐานก่อน ปปง.เริ่มนับหนึ่งและอยู่ในขั้นตอนการประสานงาน

“กมธ.จะทำหนังสือรายชื่อบุคคลต่างๆ รวมกัน 43 คน ที่เราแบ่งเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งเรามีข้อมูลและจะส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบ และจัดทำเป็นแบล็กลิสต์ว่าเป็นบุคคลที่อาจไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ รวมถึงอาจต้องมีการตรวจสอบความเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน”

“หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า ตำหนิรัฐบาลว่ายังไม่เห็นท่าทีจริงจังในการปราบสแกมเมอร์ การที่นายกฯ หนู พูดว่า เซ็นเช็คเปล่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำไปตามอำนาจ จึงเท่ากับตอกย้ำว่า รัฐบาลจงใจเกียร์ว่าง ไม่มีการสั่งการอย่างเป็นรูปธรรม เตะถ่วงการสืบสวนเครือข่ายทุนเทาสแกมเมอร์ในไทยหรือไม่

“หากรัฐบาลตั้งใจจริง รูปธรรมที่ทำได้ทันทีคือ ตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ รวมปฏิบัติการให้มีวอร์รูมแห่งเดียว นายกฯ สั่งการโดยตรง ติดตามอายัดทรัพย์บุคคลที่ปรากฏชื่อในร่างกฎหมาย HR 5490 ว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติสแกมเมอร์ของสหรัฐ เช่นเบน สมิธ, ยิม เลียก, เฉิน จื้อ และสอบเส้นเงินเพื่อขยายผลถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน”

อีกเรื่องหนึ่ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับทราบจาก สส.ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ว่า มีกลุ่มบุคคลที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังพรรคการเมืองบางพรรค เริ่มแสดงพฤติกรรมยี้ ด้วยการส่งคนเข้ามาติดต่อ สส.ของพรรค เสนอให้เปิดตัวย้ายพรรคไป หรือหากยังไม่สบายใจก็เสนอให้เป็น สส.งูเห่า หากพร้อมเมื่อไรค่อยย้ายพรรค

“มีการเสนอเรื่องผลตอบแทนเป็นผลประโยชน์หลายกิโลกรัมและค่าตอบแทนเป็นรายเดือน แต่ สส.พรรคเพื่อไทย หลายคนรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี เพราะหลายคนที่เป็น สส.งูเห่าไปแล้วยังไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ได้รับปากกันไว้ สส.เพื่อไทยมาแจ้งข้อมูล เราจึงขอเตือนว่าถ้ายังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เราอาจดำเนินการล่อซื้อ หรือหาทางบันทึกหลักฐาน เพื่อดำเนินการนำมาเปิดเผยต่อประชาชนในอนาคต” นายประเสริฐ กล่าว

“ทีมข่าวการเมือง”